|
สรุปสาระสำคัญของการหารือทวิภาคีระหว่างนายกรัฐมนตรีกับบุคคลต่างๆ
ในการประชุม World Economic Forum ครั้งที่ 41 ณ เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส
1. His Royal Highness Duke of York (DOY)
นายกรัฐมนตรีได้หยิบยกประเด็นอุปสรรคของการนำเข้าแรงงานไทย โดยเฉพาะพ่อครัว และพนักงานนวดไปทำงานในสหราชอาณาจักร โดย DOY รับจะพิจารณาแนวทางบรรเทาปัญหา โดยนายกรัฐมนตรีรับจะพิจารณาประเด็นการเป็นเจ้าของกิจการของคนต่างด้าวเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ DOY รับ จะสนับสนุนให้ธนาคารสหราชอาณาจักรสนับสนุนการลงทุนของบริษัทก่อสร้างไทยที่ ลงทุนในต่างประเทศ และยินดีสนับสนุนอาเซียนในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพบอลโลก
2. นาย Heinz Haller, Executive Vice President and Chief Commercial Officer, Dow Chemical
นายก รัฐมนตรีได้ยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีนโยบายยกเลิกการลงทุนด้านปิโตรเคมีในมาบตา พุด แต่ต้องการลดปริมาณโรงงานที่ปล่อยมลพิษ และต้องการขยายจำนวนโรงงานที่ใช้เทคโนโลยีที่สะอาด โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ชุมชนรอบๆ มาบตาพุด ทั้งนี้ นาย Haller แจ้งว่าจะโรงงานของบริษัทฯ ที่มาบตาพุดจะเปิดดำเนินการในเดือนกุมภาพันธ์ ศกนี้
3. นาย John Peace ประธานกลุ่มธนาคาร Standard Chartered และนาย Jaspal Bindra ประธานเจ้าหน้าที่บริหารภูมิภาคเอเชีย
นายก รัฐมนตรีได้ให้ธนาคารฯ พิจารณาสนับสนุนภาคธุรกิจก่อสร้างไทยที่ไปลงทุนต่างประเทศ ซึ่งธนาคารฯ แจ้งว่ายินดีสนับสนุน โดยสำนักงานผู้แทนการค้าไทยจะได้ส่งรายชื่อบริษัทไทยให้ต่อไป นายกรัฐมนตรีได้หยิบยกประเด็นผลกระทบของมาตราการ Basel III เพื่อกำกับดูแลธนาคารพาณิชย์ ต่อการทำธุรกรรมสินเชื่อเพื่อการค้า (trade finance) ระหว่าง ประเทศของธนาคารในเอเชีย ซึ่งธนาคารแจ้งว่า ไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการดังกล่าว เพราะจะทำให้สภาพคล่องในการทำการค้าของประเทศกำลังพัฒนาลดลง อีกทั้งได้มีหนังสือไปยัง Basel Committee เพื่อแสดงจุดยืนดังกล่าวอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรอีกด้วย ซึ่งจะส่งให้ฝ่ายไทยเป็นข้อมูลต่อไป
4. Sir Terry Leahy ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท Tesco
Sir Leahy ได้ รายงานให้ทราบถึงความสำเร็จในการดำเนินการของบริษัทฯ รวมถึงการเปิดสาขาที่ไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่อำเภอบางพระ ชลบุรี ซึ่งจะเป็นแห่งที่สองของโลก และยินดีที่จะถ่ายทอดเทคโนโลยีที่สะอาดและพลังงานแสงอาทิตย์แก่ไทย นอกจากนี้ บริษัทฯ ยืนยันถึงการร่วมธุรกิจกับผู้ส่งสินค้าอย่างยุติธรรมโดยไม่เคยบีบคั้นด้าน ราคา อีกทั้งต้องการสนับสนุนความเป็นอยู่ของชุมชนและยินดีสนับสนุนนโยบายการดูแล เด็กของรัฐบาล
5. นาย Paul Pollman ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท Unilever
นาย Pollman แจ้งว่าต้องการให้ไทยเป็น Regional Head Office แห่ง ที่ ๓ ในโลก (ต่อจากสิงคโปร์ และนครฮัมบวร์ก เยอรมนี) โดยบริษัทฯ กำลังขยายธุรกิจด้านอาหารสุขภาพและแก้ปัญหาโรคอ้วน โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้แจ้งความประสงค์ของไทยในการร่วม มือกับโครงการอาหารโลกด้านการผลิตอาหารสุขภาพและความเป็นไปได้ในการร่วมมือ กับบริษัทฯ นอกจากนี้ บริษัทฯ ประสงค์จะเสนอข้อคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของรัฐบาล โดยรัฐมนตรีฯ ขอให้เสนอความเห็นผ่านมาทางคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ตลอดจนบริษัทฯ แสดงความสนใจต่อโครงการหลวงและประสงค์จะช่วยเผยแพร่ข้อมูลการดำเนินงานของ โครงการหลวงด้วย
6. ศาสตราจารย์ Klaus Schwab ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการบริหาร WEF
ศาสตราจารย์ Schwab ได้แสดงความยินดีที่ภาคเอกชนไทยเข้าร่วมในการประชุมในครั้งนี้ และแสดงความยินดีที่จะได้ร่วมกับไทยจัดการประชุม World Economic Forum on East Asia ในปี ๒๕๕๕ รวมทั้งได้แสดงความชื่นชมต่อความเข้มแข็งด้านเศรษฐกิจของไทย และได้เชิญชวนไทยร่วมมือในการจัดตั้ง Competitiveness Council เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
|