โครงสร้างของเอเปค

โครงสร้างของเอเปค

วันที่นำเข้าข้อมูล 1 พ.ค. 2555

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 8 พ.ย. 2565

| 13,605 view

โครงสร้างของเอเปค


          สมาชิกเอเปคทั้ง 21 เขตเศรษฐกิจ จะผลัดกันเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปค รวมทั้งดำรงตำแหน่งประธานการประชุม (APEC Chair) ในแต่ละปี เขตเศรษฐกิจใดที่ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมจะดำรงตำแหน่งประธานการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค (APEC Economic Leaders Meeting – ALEM) การประชุมรัฐมนตรีเอเปค (APEC Ministerial Meeting - AMM) การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปค (Senior Officials Meeting - SOM) และการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค (APEC Business Advisory Council - ABAC) ที่จะมีขึ้นในระหว่างปีนั้นด้วย
 
กลไกลการทำงานของเอเปคแบ่งการดำเนินงานออกเป็นสองระดับได้แก่ 1) ระดับนโยบาย และ 2) ระดับปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
 
1. ระดับนโยบาย

1.1. การประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค (APEC Economic Leaders Meeting – ALEM) สมาชิกเขตเศรษฐกิจเอเปคซึ่งเป็นเจ้าภาพจะจัดการประชุมดังกล่าวปีละ 1 ครั้ง โดยจะมีการประกาศนโยบายและเป้าหมายการดำเนินงานของเอเปคในปีต่อไปในรูปของปฎิญญาผู้นำเศรษฐกิจเอเปค (APEC Economic Leaders Declaration)

1.2. การประชุมรัฐมนตรีเอเปค (APEC Ministerial Meeting - AMM) รัฐมนตรีต่างประเทศ และรัฐมนตรีพาณิชย์หรือรัฐมนตรีเศรษฐกิจของเขตเศรษฐกิจสมาชิกจะเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว ซึ่งจัดขึ้นก่อนการประชุมผู้นำเศรษฐกิจเอเปค ที่ประชุมจะทบทวนกิจกรรมของเอเปคตลอดปีที่ผ่านมา และประมวลข้อเสนอแนะ เพื่อเสนอแนะให้ที่ประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป

1.3. การประชุมรัฐมนตรีสาขาต่างๆ (Sectoral Ministerial Meeting) จะกำกับดูแลความร่วมมือด้านการศึกษา พลังงาน สิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืน การคลัง สาธารณสุข การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ความร่วมมือทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โทรคมนาคม และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ การท่องเที่ยว การค้า คมนาคม กิจการสตรี ฯลฯ

1.4. คณะกรรมการที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค (APEC Business Advisory Council - ABAC) เอเปคซึ่งจะประกอบด้วยตัวแทนนักธุรกิจจากเขตเศรษฐกิจสมาชิกเอเปคจำนวนเขตเศรษฐกิจละ 3 คน ทำหน้าที่เสนอมุมมอง และข้อคิดเห็นของภาคธุรกิจเอเปคต่อที่ประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจ ในรูปแบบของรายงานปีละ 1 ครั้ง โดยเสนอแนะแนวทางในการปรับปรุงสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการทำธุรกิจและการลงทุนในภูมิภาค ABAC จะจัดการประชุมภายในกันปีละ 4 ครั้ง

2. ระดับปฎิบัติ

2.1. การประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส (Senior Officials Meeting - SOM) ทำหน้าที่ดำเนินการตามบัญชาของรัฐมนตรี โดยเจ้าหน้าที่อาวุโสจะให้แนวทางแก่คณะกรรมการ คณะทำงานและกลุ่มทำงานต่างๆของเอเปค และรวบรวมข้อเสนอแนะต่างๆ เพื่อเสนอต่อที่ประชุมรัฐมนตรีและผู้นำเขตเศรษฐกิจ เจ้าหน้าที่อาวุโสจะประชุมกันปีละ 3-4 ครั้ง โดยประธานจะมาจากเขตเศรษฐกิจสมาชิกซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมในปีนั้น

2.2. คณะกรรมการว่าด้วยการค้าและการลงทุน (Committee on Trade and Investment - CTI) ทำหน้าที่ประสานความร่วมมือเอเปคด้านการเปิดเสรี และอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุน CTI จะดำเนินการเพื่อนำไปสู่การลดอุปสรรคทางการค้า ผ่านคณะอนุกรรมการและกลุ่มผู้เชี่ยวชาญดังต่อไปนี้

  • คณะอนุกรรมการด้านมาตรฐานและการทำให้ได้มาตรฐาน (Sub-Committee on Standards and Conformance)
  • คณะอนุกรรมการด้านขั้นตอนภาษีอากร (Sub-Committee on Customs Procedures)
  • กลุ่มทำงานด้านการเข้าถึงตลาด (Market Access Group)
  • กลุ่มงานด้านบริการ (Group on Service)กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน (Investment Experts Group)
  • กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิและทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property Rights Experts Group)
  • กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการเคลื่อนย้ายนักธุรกิจ (Business Mobility Group)
  • กลุ่มทำงานด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce Steering Group)
  • นอกจากนี้ ยังมีเวทีการหารือร่วมภาครัฐและภาคเอกชน 4 ด้าน ได้แก่ ยานยนต์ เคมีภัณฑ์ เทคโนโลยีชีวภาพทางการเกษตร และวิทยาศาสตร์ชีวภาพ

2.3. คณะกรรมการด้านงบประมาณและการบริหาร (Budget and Management Committee - BMC) ให้คำปรึกษาแก่เจ้าหน้าที่อาวุโสด้านงบประมาณ การบริหารและการจัดการ และทำหน้าที่ติดตามและประเมินการดำเนินงานของโครงการต่างๆ ของคณะกรรมการ คณะทำงาน และกลุ่มทำงานต่างๆ ซึ่งได้รับอนุมัติงบประมาณของเอเปค ตลอดจนให้ข้อเสนอแนะแก่เจ้าหน้าที่อาวุโสในเรื่องการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานของเอเปค

2.4.        คณะกรรมการด้านเศรษฐกิจ (Economic Committee - EC) ทำหน้าที่ศึกษา วิจัย หารือ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับทิศทางและประเด็นทางเศรษฐกิจในภูมิภาคที่อยู่ในความสนใจ รวมทั้งด้านการปรับโครงสร้างภายใน ซึ่งเรียกว่าประเด็นหลังพรมแดน (behind border issues) และยุทธศาสตร์ด้านการเจริญเติบโต โดยมีกลุ่มผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านนโยบายด้านการแข่งขันและกฎหมาย

2.5. คณะกรรมการความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการ (Steering Committee on Economic and Technical Cooperation - SCE) ทำหน้าที่กำหนดเป้าหมายและจัดลำดับของกิจกรรมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการของเอเปค ตลอดจนสนับสนุนการริเริ่มกิจกรรมเพิ่มเติมตามความเหมาะสม เพื่อให้กิจกรรมเหล่านั้นบรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ตามนโยบายที่กำหนดโดยรัฐมนตรีและผู้นำ  ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็นสามกลุ่มดังต่อไปนี้

ระดับคณะทำงาน (Working Groups) ดำเนินงานในสาขาของตนตามที่ได้รับบัญชาจากผู้นำเขตเศรษฐกิจ รัฐมนตรี และเจ้าหน้าที่อาวุโส เอเปค ซึ่งมีทั้งหมด 12 คณะทำงาน ได้แก่

  • คณะทำงานด้านความร่วมมือวิชาการการเกษตร (Agricultural Technical Cooperation )
  • คณะทำงานด้านการต่อต้านการทุจริตและความโปร่งใส (Anti – Corruption and Transparency)
  • คณะทำงานด้านการต่อต้านการก่อการร้าย (Counter Terrorism)
  • คณะทำงานด้านการเตรียมการด้านภัยพิบัติ (Emergency Preparedness)
  • คณะทำงานด้านพลังงาน (Energy)กลุ่มผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านการต่อต้านการค้าไม้ผิดกฎหมายและการค้าอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (Experts Group on Illegal Logging and Associated Trade)คณะทำงานด้านสุขภาพ (Health Working Group)
  • คณะทำงานด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Human Resources Development)
  • คณะทำงานด้านมหาสมุทรและการประมง (Fisheries)
  • คณะทำงานด้านวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprises)
  • คณะทำงานด้านโทรคมนาคมและสารสนเทศ (Telecommunications and Information)
  • คณะทำงานด้านการท่องเที่ยว (Tourism)
  • คณะทำงานด้านการคมนาคม (Transportation)
  • ระดับกลุ่มทำงานพิเศษ ได้แก่ กลุ่มทำงานพิเศษด้านเหมืองแร่ (Special Task Group on Mining)
  • ระดับหุ้นส่วนเชิงนโยบายภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนใน 3 สาขา ได้แก่
  • หุ้นส่วนเชิงนโยบายภาครัฐและภาคเอกชนด้านการมีส่วนร่วมของสตรีในระบบเศรษฐกิจ (Women and the Economy)
  • หุ้นส่วนเชิงนโยบายภาครัฐและภาคเอกชนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (Science Technology and Innovation)
  • หุ้นส่วนเชิงนโยบายภาครัฐและภาคเอกชนด้านความมั่นคงทางอาหาร (Food Security)


2.6. กลุ่มความร่วมมือและความริเริ่มอื่นๆ มีบทบาทในการสนับสนุนเป้าหมายของเอเปค ซึ่งมีทั้งที่อยู่นอกเหนือโครงสร้างของคณะกรรมการและคณะทำงานของเอเปคอื่นๆ ได้แก่กระบวนการหารือรัฐมนตรีคลัง (Finance Ministers’ Process) ความร่วมมือระหว่างศูนย์ศึกษาเอเปค (APEC Study Centers Consortium) การหารือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน (Business Government Dialogues) และการหารือระดับอุตสาหกรรมที่อยู่ภายใต้ดังกล่าวข้างต้น

2.7. สำนักเลขาธิการเอเปค (APEC Secretariat) มีที่ตั้งอยู่ที่สิงคโปร์ ทำหน้าที่เป็นกลไกสนับสนุนกระบวนการเอเปคเกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินการต่างๆ ทำหน้าที่ประสานงาน และให้ข้อมูลแก่องค์กรภายในของเอเปค รวมทั้งให้บริการแก่สาธารณชนเกี่ยวกับข้อมูลเอเปค นอกจากนี้ สำนัก เลขาธิการฯ ยังมีหน้าที่ประสานและจัดสรรงบประมาณสำหรับการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของเอเปคด้วย

 

 

กองนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
6 มกราคม 2557