มาตรการตัดทอนการใช้จ่ายภาครัฐของอิตาลี

มาตรการตัดทอนการใช้จ่ายภาครัฐของอิตาลี

วันที่นำเข้าข้อมูล 20 ส.ค. 2555

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 5 พ.ย. 2562

| 2,259 view

มาตรการตัดทอนการใช้จ่ายภาครัฐของอิตาลี

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโรม
กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ [email protected] หรือ [email protected]

 

 

            หลังจากที่นายกรัฐมนตรี Mario Monti ประสบความสำเร็จในการโน้มน้าวให้ผู้นำสหภาพยุโรปเห็นชอบกับข้อเสนอเพื่อแก้ไขวิกฤติหนี้ของกลุ่มยูโรโซนในการประชุมสุดยอดผู้นำสหภาพยุโรปเมื่อช่วงเปลายเดือนมิถุนายน ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา ก็ได้มีการออกมาตรการภายในประเทศตัดทอนการใช้จ่ายของภาครัฐ หรือ Spending review เมื่อวันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๕๕

            มาตรการนี้เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ภายใต้กรอบมาตรการรัดเข็มขัด (Austerity Package) เพื่อแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจของอิตาลี โดยมีสาระสำคัญสรุปคือ การตัดลดงบประมาณภาครัฐลงประมาณ ๒๖ พันล้านยูโรภายในช่วง ๒ ปีข้างหน้า รวมถึงปรับโครงสร้างและตัดลดงบประมาณขององค์กรบริหารท้องถิ่น ตัดลดงบประมาณภาคสาธารณสุข และจะปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มจากร้อยละ ๒๑ เป็นร้อยละ ๒๓ ในช่วงเดือนกันยายน ๒๕๕๖ โดยนายกรัฐมนตรี Monti ได้นำมาตรการ Spending Review นี้เข้าสภาฯ เพื่อพิจารณา เมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ซึ่งในขณะนี้พรรคการเมืองในสภาฯส่วนใหญ่และสหภาพแรงงานต่างเห็นด้วยกับประเด็นสำคัญๆ ของมาตรการแล้ว

            อย่างไรก็ดี มาตรการ Spending Review ของรัฐบาล ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากนักวิเคราะห์หลายฝ่ายซึ่งต่างคาดการณ์ว่า การออกมาตรการดังกล่าวจะยิ่งส่งผลให้ระดับความเครียดในสังคมสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มชนชั้นกลางและชนชั้นแรงงาน เนื่องจากภาพที่ประชาชนส่วนใหญ่มองเห็น คือ รัฐบาลพยายามโอบอุ้มมิให้ภาคการเงินของประเทศล่มสลาย แต่ดำเนินมาตรการที่กระทบต่อคนส่วนใหญ่ โดยการตัดลดสิทธิประโยชน์บำเหน็จบำนาญ ปรับแก้กฎหมายแรงงาน ขึ้นภาษี ซึ่งจะส่งผลให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคสูงขึ้นอีก

            นาง Annarosa Racca ประธานองค์การเภสัชกรรมอิตาลี หรือ Federfarma ได้ให้สัมภาษณ์ว่า หากรัฐตัดงบประมาณของภาคเภสัชกรรมจำนวนมากถึง ๔๐,๐๐๐ ยูโรต่อร้านขายยาเภสัชกรในแต่ละแคว้นภายในปี ๒๕๕๖ จะทำให้เกิดการว่างงานในภาคเภสัชกรรมถึง ๒๐,๐๐๐ ราย และร้านขายยาเภสัชกรจะไม่สามารถตอบสนองต่อการให้บริการสาธารณสุขของประเทศได้ พร้อมทั้งประกาศว่าอาจจะมีการหยุดงานประท้วงของบุคลากรเภสัชกรรมในวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๕ และหากว่ารัฐบาลยังคงยืนกรานที่จะตัดลดงบประมาณ และอาจทำให้องค์การเภสัชกรรมอิตาลีอาจยกเลิกสัญญาที่ทำไว้กับหน่วยงานสาธารณสุขของรัฐ  

            ในส่วนของสถานะทางเศรษฐกิจของอิตาลีล่าสุดนั้น สถาบัน Moody’s ได้ปรับลดความน่าเชื่อถือของหนี้ภาครัฐของอิตาลีลงอีกถึง ๒ ระดับจากระดับ A3 เหลือ Baa2 เนื่องจากตัวเลขต้นทุนกู้ยืมเพิ่มสูงขึ้น ทำให้สถานะของตราสารหนี้อิตาลีใกล้ความเป็นตราสารหนี้ขยะหรือ Junk Bond เข้าไปทุกที นอกจากนี้ ธนาคารแห่งชาติของอิตาลีประกาศว่าจำนวนหนี้สาธารณะของอิตาลีเมื่อเดือน พฤษภาคม ๒๕๕๕ มีมูลค่าถึง ๑.๙๖๖ พันล้านยูโร ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าวิตก แต่ก็เป็นช่วงที่มาตรการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจกำลังทยอยประกาศใช้และยังไม่ปรากฏผลการเยียวยาที่ชัดเจน
 

เอกสารประกอบ

articles-20120820-104117-799988.pdf