สิงคโปร์: สภาวะประชากรและเศรษฐกิจ

สิงคโปร์: สภาวะประชากรและเศรษฐกิจ

วันที่นำเข้าข้อมูล 29 พ.ย. 2555

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 5 พ.ย. 2562

| 3,922 view

สิงคโปร์: สภาวะประชากรและเศรษฐกิจ


สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์
กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ [email protected] หรือ [email protected]

 

            กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมสิงคโปร์ (Ministry of Trade and Industry-MTI) ได้จัดทำรายงานเกี่ยวกับสภาวะประชากรและเศรษฐกิจของสิงคโปร์ (MTI Occasional Paper on Population and Economy) สามารถสรุปประเด็นที่น่าสนใจได้ดังนี้

            ในอีก ๒ ทศวรรษข้างหน้า คาดว่าภาคแรงงานของสิงคโปร์ จะเริ่มมีจำนวนลดลง และเข้าสู่ภาวะชราภาพ แม้ว่าระดับมาตรฐานการศึกษาของแรงานจะสูงขึ้นก็ตาม อันจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจของสิงคโปร์อย่างแน่นอน จึงจำเป็นอย่างยิ่งต่อรัฐบาลที่ต้องมีการเตรียมแผนการดำเนินงานการแก้ปัญหา ซึ่งอาจจำเป็นต้องใช้หลายวิธีดำเนินการควบคู่กันไป ได้แก่

๑) ต้องมีการส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ (National productivity) ประมาณปีละร้อยละ ๒-๓ ในทศวรรษหน้า โดยปัจจุบันรัฐบาลสิงคโปร์ได้มีการจัดตั้ง The National Productivity and Continuing Education Council (NPCEC) เพื่อเข้ามารับผิดชอบหน้าที่นี้โดยตรง รวมไปถึงยังมีการจัดตั้งกองทุน National Productivity Fund ซึ่งมีมูลค่า ๒ พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ เพื่อใช้สนับสนุนการดำเนินโครงการต่างๆที่เกี่ยวข้อง อาทิ การให้ทุนค้นคว้านวัตกรรมใหม่ๆในการเพิ่มผลผลิตของธุรกิจ SMEs ด้วย

๒) ต้องมีการส่งเสริมให้ประชากรชาวสิงคโปร์เข้าสู่ภาคแรงงานให้มากขึ้นกว่าเดิม รวมถึงขยายระยะเวลาในการอยู่ในภาคแรงงาน โดยรัฐบาลได้ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมแล้วโดยการออกพระราชบัญญัติ The Retirement and Reemployment Act ที่จะขยายเวลาการเกษียณอายุ จาก ๖๒ ปี เป็น ๖๕ ปี ตั้งแต่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา และ

๓) ต้องเปิดรับแรงงานชาวต่างชาติเข้ามาทำงานในสิงคโปร์ให้ได้จำนวนที่เหมาะสม โดยเฉพาะแรงงานประเภทไร้ฝีมือ เช่น ในภาคอุตสาหกรรมการก่อสร้าง และภาคการบริการสาธารณสุขและการดูแลคนชรา

           ปัญหาสังคมคนชราที่สิงคโปร์กำลังจะเผชิญอยู่นี้ รัฐบาลสิงคโปร์ได้ตระหนักและให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการแก้ไข โดยจะพยายามดำเนินการดังวิธีดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ การเปิดรับแรงงานต่างชาติให้เข้ามาในสิงคโปร์มากขึ้นนั้น ย่อมจะเป็นประโยชน์ต่อแรงงานของไทย โดยเฉพาะแรงงานก่อสร้าง ในขณะเดียวกัน ในภาคของการบริการสาธารณสุขและการดูแลคนชราที่ยังคงเปิดกว้างอยู่ ก็เป็นอีกหนึ่งลู่ทางที่น่าสนใจ โดยไทยควรมีการศึกษาเพิ่มเติม และปรับปรุงแรงงานให้ได้มาตรฐาน สามารถส่งออกไปยังสิงคโปร์ได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตไทยฯ จะประสานงานกับสำนักงานแรงงานไทยประจำสิงคโปร์ให้ศึกษาลู่ทาง และโอกาสการดำเนินงานต่อไป

           จากการสำรวจความเห็นของชาวสิงคโปร์พบว่า ส่วนใหญ่แล้วเห็นด้วยกับนโยบายของรัฐบาลต่อภาคแรงงานสิงคโปร์ โดยเฉพาะการส่งเสริมให้ชาวสิงคโปร์เข้าสู่ภาคแรงงานมากขึ้น โดยชาวสิงคโปร์จะต้องเพิ่มการผลิตและการเสริมสร้างนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่เพื่อความแข็งแกร่งของภาคเศรษฐกิจของสิงคโปร์เอง
 

เอกสารประกอบ

articles-20121129-115309-016870.pdf