รายชื่อสินค้าไทยที่มีศักยภาพในติมอร์-เลสเต

รายชื่อสินค้าไทยที่มีศักยภาพในติมอร์-เลสเต

วันที่นำเข้าข้อมูล 6 ธ.ค. 2555

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 10 เม.ย. 2565

| 2,640 view

รายชื่อสินค้าไทยที่มีศักยภาพในติมอร์-เลสเต


สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงดิลี
กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ [email protected] หรือ [email protected]

 

            สาธารณรัฐติมอร์-เลสเต ประกาศเอกราชจากอินโดนีเซียเมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๔๕ ปัจจุบันดำรงสถานะผู้สังเกตการณ์ของอาเซียน และมีความสัมพันธ์ทางการทูตเป็นอย่างดีกับประเทศไทย ทั้งนี้ ไทยเป็นประเทศคู่ค้าลำดับที่ ๙ ของติมอร์ฯ  ในปี ๒๕๕๔ ติมอร์นำเข้าสินค้าจากไทยคิดเป็นมูลค่ารวม ๔๘๑.๕๓ ล้านบาท โดยขยายตัวกว่าร้อยละ ๗๐ จากปี ๒๕๕๓  ประเทศคู่ค้าสำคัญอื่น ๆ ของติมอร์ฯ ได้แก่ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ออสเตรเลีย เวียดนาม และจีน

           จากสถิติการนำเข้าสินค้าไทยของติมอร์ฯ  สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงดิลี เห็นว่า สินค้าไทยที่มีศักยภาพในติมอร์-เลสเต ๓ รายการ ได้แก่  ๑) รถยนต์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ  ๒) น้ำตาลทราย  และ ๓) หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ โดยมีรายละเอียดดังนี้

           รถยนต์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ เนื่องมาจากรัฐบาลติมอร์กำลังเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการคมนาคม จึงมีการปรับปรุงและสร้างถนนใหม่เพื่อเชื่อมโยงการคมนาคมให้ครอบคลุมทั้งประเทศ ทำให้มีความต้องการรถยนต์ใหม่และรถยนต์มือสองที่มีอายุการใช้งาน     ไม่เกิน ๕ ปีเพิ่มสูงขึ้นมาก ประกอบกับการที่รัฐบาลลดภาษีการนำเข้ารถยนต์เหลือเพียงร้อยละ ๕ ด้วย      จึงทำให้ตลาดรถยนต์ในติมอร์ฯเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น

           น้ำตาลทราย แม้ว่าติมอร์ฯจะเป็นประเทศกสิกรรม แต่ก็ยังคงไม่มีอุตสาหกรรมการผลิต / แปรรูปผลผลิตทางการเกษตร จึงยังต้องพึ่งพาการนำเข้าสินค้าเกษตรจากต่างประเทศอยู่ สินค้าเกษตรที่ติมอร์ฯนำเข้าจากไทยและมีศักยภาพสูงสุดคือ น้ำตาลทราย

           หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ นอกจากการตัดถนนเข้าสู่พื้นที่ต่าง ๆ ในประเทศแล้ว รัฐบาลติมอร์ฯ ยังพยายามกระจายความเจริญสู่ชนบทโดยการติดตั้งและจ่ายกระแสไฟฟ้า ทำให้มีความต้องการหม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

           สถานเอกอัครราชทูตฯ มีข้อสังเกตว่า ไทยยังมีโอกาสที่จะขยายการนำเข้าสินค้าทั้งสามรายการข้างต้นได้อีก  เนื่องจากติมอร์ฯ ยังคงมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอยู่ในระดับสูง (แต่ก็มีอัตราเงินเฟ้อสูงมากเช่นเดียวกัน) ถึงแม้จะมีขนาดตลาดที่เล็กก็ตาม  
 

เอกสารประกอบ

articles-20121206-104746-876934.pdf