วันที่นำเข้าข้อมูล 18 ม.ค. 2556
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 5 พ.ย. 2562
รายชื่อสินค้าไทยที่มีศักยภาพในจีน
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง
กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ [email protected] หรือ [email protected]
ความสัมพันธ์ด้านการค้าไทย-จีนขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยจีนนับเป็นตลาดใหญ่ที่รองรับสินค้าไทยหลากหลายประเภทเพื่อสนองตอบการบริโภคตั้งแต่การผลิตภาคอุตสาหกรรมจนถึงการจับจ่ายใช้สอย ภาคครัวเรือน ประกอบกับประชากรจีนจำนวนมหาศาลมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นจากเดิมมาก ในการนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง ได้แจ้งรายชื่อสินค้าไทย ๓ รายการที่มีศักยภาพในตลาดจีน ได้แก่ ๑) ยางพารา ๒) น้ำตาล และ ๓) พลาสติก
ยางพารา จีนนับเป็นประเทศที่บริโภคและนำเข้ายางพาราสูงที่สุดในโลก โดยจีนบริโภคยางพารากว่าร้อยละ ๓๐ ของการบริโภคยางพาราโลก หรือประมาณ ๓.๖ ล้านตัน ตามสถิติปี ๒๕๕๓ ในขณะที่จีนสามารถผลิตยางพาราเพื่อการบริโภคภายในประเทศได้เพียง ๖ แสนกว่าตันต่อปี จึงจำเป็นต้องนำเข้ายางพาราจากต่างประเทศกว่าร้อยละ ๘๐ เพื่อรองรับการบริโภคภายในประเทศ โดยในปี ๒๕๕๔ จีนนำเข้ายางพาราจากไทยเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ ๒๐.๘ หรือคิดเป็นร้อยละ ๕๑.๘ ของการนำเข้ายางพาราทั้งหมด และมลฑลซานตงมีการนำเข้ายางพาราสูงที่สุดโดยเปรียบเทียบ ที่สำคัญการจัดตั้ง Rubber Valley ของจีน ในปี ๒๕๕๔ จะช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมยางพาราและส่งเสริมการนำเข้ายางพาราจากต่างประเทศยิ่งขึ้น
น้ำตาล เป็นสินค้าที่จีนบริโภคสูงเป็นอันดับที่ ๒ ของโลก แต่ไม่สามารถผลิตได้เพียงพอกับความต้องการบริโภคภายในประเทศ ทำให้ต้องพึ่งพาการนำเข้าสินค้าประเภทนี้จากต่างประเทศ ซึ่งมณฑลที่นำเข้าน้ำตาลสูงสุด ๖ อันดับแรก ได้แก่ ซานตง เหลียวหนิง เทียนจิน กวางตุ้ง ปักกิ่ง และเจียงซู โดยเฉพาะ ปี ๒๕๕๓ - ๒๕๕๔ จีนนำเข้าน้ำตาลเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๔๐ และ ๑๑๔.๖ ตามลำดับ และไทยส่งออกน้ำตาลไปยังจีนเป็นอันดับที่ ๓ โดยตัวเลขการส่งออกช่วงเดือนมกราคม - เมษายน ๒๕๕๕ อยู่ที่ ๒.๘ แสนตัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากตัวเลขการส่งออกปี ๒๕๕๔ อย่างมาก ซึ่งจีนนำเข้าน้ำตาลจากไทยทั้งปีประมาณ ๒.๗๕ แสนตัน ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ คาดว่าการนำเข้าน้ำตาลของจีนมีแนวโน้มจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไทยมีความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์เมื่อเปรียบเทียบกับบราซิลและคิวบาซึ่งเป็นผู้ส่งออกน้ำตาลรายใหญ่มายังจีน
พลาสติก ในปี ๒๕๕๔ ไทยส่งออกพลาสติกและผลิตภัณฑ์พลาสติกเป็นอันดับต้น ๆ โดยเฉพาะมณฑลซานตง เทียนจิน เหลียวหนิง และปักกิ่ง ซึ่งเน้นอุตสาหกรรมผลิตสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ เขตพัฒนาเศรษฐกิจจิงจิน-จี้ หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือตามนโยบายฟื้นฟูฐานอุตสาหกรรมเก่าโดยเฉพาะรถยนต์ ยางพาราและพลาสติก อิเล็กทรอนิกส์รวมถึงเกษตรกรรมแบบทันสมัยซึ่งล้วนใช้พลาสติกเป็นวัตถุดิบ
สถานเอกอัครราชทูตฯ เห็นว่า เพื่อส่งเสริมให้การส่งออกสินค้าข้างต้นไปยังจีนขยายตัวยิ่งขึ้น ควรจัดการเจรจา/จับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทย-จีน และให้ความรู้ผู้ประกอบการไทยด้านการประกอบธุรกิจและสภาพของตลาดจีน โดยนักธุรกิจไทยสามารถติดตามข่าวสารได้ที่ www.thaibizchina.com และขอรับe-news letter ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายที่ [email protected]
วันทำการ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)