ภาครัฐไทยกำลังเร่งหาทางแก้ไขปัญหากุ้งไทยถูกอียูตัดสิทธิ GSP
ภาครัฐไทยกำลังเร่งหาทางแก้ไขปัญหากุ้งไทยถูกอียูตัดสิทธิ GSP
วันที่นำเข้าข้อมูล 2 ส.ค. 2556
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 20 พ.ค. 2564
ภาครัฐไทยกำลังเร่งหาทางแก้ไขปัญหากุ้งไทยถูกอียูตัดสิทธิ GSP
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์
กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
อีเมล์ [email protected] หรือ [email protected]
การขอให้สหภาพยุโรป (อียู) งดเว้นการเก็บอากรกับสินค้าประมงเป็นการชั่วคราว และการขอให้อียูให้โควต้าแก่สินค้าประมงเป็นกรณีพิเศษเป็น ๒ ทางเลือกหลักที่ภาครัฐไทยกำลังพิจารณาประกอบการหาทางแก้ไขปัญหากุ้งไทยจะถูกอียูตัดสิทธิ GSP (การให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร) ข้อมูลจากคณะผู้แทนไทยประจำสหภาพยุโรป
ระเบียบ GSP ฉบับใหม่ของอียูได้รับการประกาศเมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๕๕ แต่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๗ เป็นต้นไป ภายใต้ระเบียบใหม่สำหรับไทยนอกจากกุ้งและผลิตภัณฑ์ประมงหลายชนิดซึ่งน่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุดแล้ว ส่วนขนมขบเคี้ยวและอาหารสัตว์ อัญมณีและเครื่องประดับ รวมถึงไข่มุก เป็นอีก ๒ กลุ่มสินค้าที่จะถูกตัดสิทธิ GSP ด้วยเช่นกัน
การที่ไทยส่งออกสินค้าทั้ง ๓ กลุ่มเกินกว่าสัดส่วนที่ถูกกำหนดไว้ (๑๗.๕ % ของสินค้าประเภทนั้นที่อียูนำเข้าจากทุกประเทศที่ได้รับสิทธิ GSP) เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้สินค้าเหล่านี้ถูกตัด GSP ซึ่งจะทำให้สินค้าไทยไม่สามารถแข่งขันได้ในตลาดอียู
การถูกตัดสิทธิ GSP ภาษีนำเข้ากุ้งแช่แข็งจะปรับเพิ่มจาก ๔.๒% เป็น ๑๒% ขณะที่สินค้าผลิตภัณฑ์กุ้งอื่นๆ จะเพิ่มจาก ๗% เป็น ๒๐%
โดยคำนึงว่าไทยมีศักยภาพสูงในการส่งออกสินค้าทั้ง ๓ กลุ่มข้างต้นในตลาดอียู โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ที่ได้รับสิทธิ GSP ทางเลือกทั้งสองข้างต้นที่ภาครัฐไทยอาจพิจารณาเสนอให้อียูพิจารณา ถือได้ว่าเป็นมาตรการบรรเทาปัญหาในระยะสั้น
ขณะที่การแก้ไขปัญหาในระยะยาว สินค้าทั้ง ๓ กลุ่มดังกล่าวน่าจะได้รับการหารือระหว่างไทยกับอียูในบริบทของการเจรจาความตกลงว่าด้วยเขตการค้าเสรีระหว่างกัน
กระทรวงการต่างประเทศ
วันทำการ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)