ปตท.ยืนเป้ากำไรแสนล้าน ลดลงเล็กน้อย (กรุงเทพธุรกิจออนไลน์)

วันที่นำเข้าข้อมูล 29 ส.ค. 2556

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 29 ก.ค. 2563

| 9 view

"ปตท."ไม่หวั่นสารพัดปัญหารุม ยืนเป้ากำไรปีนี้ 1 แสนล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อนที่มีกำไร 1.05 แสนล้านบาท อานิสงส์ธุรกิจปิโตรเคมีดีขึ้น

 
 

นายสุรงค์ บูลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัทปตท. จำกัด (มหาชน) (PTT) เปิดเผยว่า บริษัทยังคงยืนเป้าหมายการดำเนินงานปีนี้ไว้คงเดิม โดยคาดปีนี้จะมีกำไรสุทธิประมาณ 1 แสนล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากปีที่ผ่านมาที่มีกำไร 1.05 แสนล้านบาท แม้ว่าจะมีปัจจัยลบเข้ามากระทบ ทั้งในส่วนน้ำมันรั่วไหลลงทะเล และฟ้าฝ่าโรงแยกก๊าซธรรมชาติของปตท. โดยประเมินผลกระทบจากเหตุการณ์นี้เบื้องต้นประมาณ 75 ล้านดอลลาร์ แต่ 2 ใน 3 ของส่วนนี้มีประกันภัย นอกจากนี้อาจมีการผลิตบางส่วน ที่อาจจะสามารถกลับมาผลิตได้เร็วกว่ากำหนด จากเดิมที่คาดจะต้องปิดซ่อมบำรุงประมาณ 3-5 เดือน

"กำไรปีนี้ที่อาจจะลดลงบ้าง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากธุรกิจก๊าซธรรมชาติ ที่บริษัทมีภาระในการอุดหนุนก๊าซธรรมชาติสำหรับรถยนต์ (เอ็นจีวี) และก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) ปีนี้ธุรกิจปิโตรเคมีอยู่ในระดับที่ดี ช่วยหนุนกำไรของบริษัทให้อยู่ในระดับ 1 แสนล้านบาทได้"

ทั้งนี้ บริษัท ยังคงคาดการณ์ราคาน้ำมันเฉลี่ยทั้งปีที่ระดับ 105 ดอลลาร์ แม้สถานการณ์ความไม่สงบในซีเรีย และอียิปต์ ส่งผลให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับขึ้น ทั้งทองคำ และราคาน้ำมัน โดยราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 3-4 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 107 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้คนไทยอาจจะต้องเผชิญกับปัญหาราคาน้ำมันแพง และอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวนมากขึ้น สำหรับผลกระทบต่อปตท.ในส่วนของเงินบาทที่อ่อนค่า ทำให้รายได้ของบริษัทเพิ่มขึ้นบ้าง

เขากล่าวว่า ในการพบปะกับกองทุนต่างชาติในงานไทยแลนด์โฟกัสนั้น ปตท.จะนำเสนอข้อมูลการดำเนินงานของบริษัท ที่ยังอยู่ในระดับที่ดี มีการจ่ายเงินปันผลต่อเนื่อง ยิ่งภาวะตลาดโดยรวมที่ทำให้ราคาหุ้นบริษัทปรับลดลง ยิ่งทำให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลอยู่ในระดับที่ดีมาก

บล.เอเซียพลัส วิเคราะห์ว่า เหตุการณ์ภัยพิบัติที่เกิดกับ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) หลายเหตุการณ์ในเวลาใกล้เคียงกัน ทำให้เกิดภาระค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองจำนวนมาก เป็นเหตุให้นักวิเคราะห์ของเอเซียพลัส ได้ปรับลดประมาณการกำไรของ พีทีทีจีซี และปตท. ในฐานะที่เป็นผู้ถือหุ้นหลัก ทำให้ในการจัดทำงบการเงินรวมของปตท. ต้องบันทึกรับรู้กำไรที่ลดลงของพีทีทีจีซี เป็นสาเหตุที่ทำให้กำไรต่อหุ้นของตลาดในปี 2556 หรือ อีพีเอส (EPS) ล่าสุดลดลงจากประมาณการเดิมที่ 104.73 บาท หรือลดลง 3.9% เหลือ 97.64 บาทต่อหุ้น

บล.เคเคเทรด วิเคราะห์ว่า แม้ว่าโรงแยกก๊าซฯหน่วยที่ 5 จะหยุดดำเนินการผลิต แต่คาดว่ากำไรปตท.ในไตรมาส 3 ปีนี้ จะฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนหน้า จากราคาน้ำมันดิบในช่วง 2 เดือนแรกของไตรมาสปรับขึ้น 6% จากไตรมาสก่อนหน้า เป็นปัจจัยบวกต่อราคาขายผลิตภัณฑ์ของบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม หรือ ปตท.สผ. (PTTEP) นอกจากนี้ความเสี่ยงต่อการรับรู้การขาดทุนจากสต็อกน้ำมันลดลง หลังราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ระดับ 107 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ขณะที่การฟื้นตัวของค่าการกลั่นของกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นตามฤดูกาล ทำให้ปตท.มีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนจากบริษัทเพิ่มขึ้นดีกว่าไตรมาส 2 ที่มีส่วนแบ่งกำไรลดลงมากถึง 87% เทียบไตรมาสก่อน เหลือเพียง 1.34 พันล้านบาท เนื่องจากกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมีได้รับผลกระทบจากค่าการกลั่นที่ลดลงตามฤดูกาล และผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันจำนวนมาก

การฟื้นตัวของผลประกอบการยังมีปัจจัยเสี่ยงจากค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ และเงินเยน ทำให้ปตท.ยังคงมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงไตรมาส 3 เนื่องจากปัจจุบันปตท.มีหนี้สกุลดอลลาร์ 3.3 พันล้านดอลลาร์ และหนี้สกุลเงินเยน 2.3 หมื่นล้านเยน นอกจากนี้ยังทำให้อัตราภาษีมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง จากผลกระทบของอัตราแลกเปลี่ยน บนภาษีเงินได้

 

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

วันที่: 29 สิงหาคม 2556
อ้างอิง: http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/business