“สปาฮาลาล” โอกาสของนักธุรกิจไทยในตุรกี
“สปาฮาลาล” โอกาสของนักธุรกิจไทยในตุรกี
วันที่นำเข้าข้อมูล 18 ก.ย. 2556
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 5 พ.ย. 2562
“สปาฮาลาล” โอกาสของนักธุรกิจไทยในตุรกี

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
อีเมล์ [email protected] หรือ [email protected]
หากพูดถึง “ฮาลาล” คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงเรื่อง “อาหาร” แต่ในความเป็นจริงนอกจากอาหารแล้ว ฮาลาลเป็นโอกาสทางธุรกิจที่ครอบคลุมหลากหลายสาขา รวมถึง ”โรงแรม”
และ “สปา”
กล่าวโดยย่อ โรงแรมฮาลาล หมายถึง สถานที่ให้เช่าที่พักที่ให้บริการตามหลักศาสนาอิสลาม มีสระว่ายน้ำแยกสำหรับชายและหญิง ให้บริการอาหารฮาลาล และที่สำคัญ โนแอลกอฮอล์
ปัจจุบัน สำหรับตุรกีประเทศที่คนส่วนใหญ่เกือบ ๙๙ เปอร์เซนต์นับถือศาสนาอิสลาม มีโรงแรมฮาลาลเกิดขึ้นแล้วกว่า ๕๐ แห่ง โดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยวชายทะเล อาทิ เมดิเตอร์เรเนียน ทะเลดำ และทะเลอีเจียนโดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวตุรกีที่ท่องเที่ยวภายในประเทศ รองลงมาคือ ชาวตุรกีที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศและนักท่องเที่ยวมุสลิมจากยุโรปและรัสเซียที่มาท่องเที่ยวในตุรกี
ในช่วงฤดูร้อน โรงแรมฮาลาลมีอัตราการเข้าพักเกือบเต็ม โดยมีค่าเช่าต่อคืนระหว่าง ๒๕ - ๒๒๐ ยูโร แม้ ยอดการเข้าพักอาจซบเซาบ้างในช่วงเทศกาลถือศีลอด อย่างไรก็ดี เมื่อประเมินผลกำไรและอัตราการเข้าพักทั่วๆ ไปแล้ว ถือว่า โรงแรมฮาลาลมีผลประกอบการที่ดีกว่าโรงแรมทั่วๆไป ในระดับเดียวกัน
สถิติดังกล่าว ทำให้โรงแรมฮาลาลเป็นธุรกิจที่น่าจับตามองไม่น้อยเลยทีเดียว
จากการเติบโตของธุรกิจโรงแรมฮาลาลที่ได้กล่าวถึงข้างต้น สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอังการา ประเทศตุรกี จึงมีความเห็นว่า สปาไทยที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในเวทีโลก นั้นน่าจะมีโอกาส“เกาะกระแส” โรงแรมฮาลาลเติบโตควบคู่กันไปได้ หากสามารถทำให้การนวดของไทยเป็น “สปาฮาลาล” ได้
ที่ผ่านมา สถานเอกอัครราชทูตฯ เองเคยจัดให้ธุรกิจ “การนวดฮาลาล” ของไทยเข้าร่วมโครงการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยในอาเซอร์ไบจาน ประเทศมุสลิมบ้านใกล้เรือนเคียงกับตุรกี มาแล้ว โดยการดำเนินโครงการดังกล่าวทำให้เห็นว่า ธุรกิจนวดฮาลาลของไทยน่าจะมีศักยภาพในการจับคู่ธุรกิจกับโรงแรมฮาลาลของตุรกีได้ ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตฯ พร้อมให้ความร่วมมือ หากผู้ประกอบการไทยประสงค์จะจับคู่ธุรกิจกับฝ่ายตุรกี
การนวดฮาลาลในไทยพัฒนามาจาก“การนวดน้ำมันลังกาสุกะ” ที่เกิดตั้งแต่โบร่ำโบราณจากภูมิปัญญาของหมอพื้นบ้านใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และนำมาผสมผสานกับการนวดแผนไทยตำรับราชสำนัก ในอดีตการนวดในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้จะมีเฉพาะการนวดผู้หญิงหลังคลอดโดยโต๊ะบีแด (หมอตำแย) และนวดเพื่อแก้ปวดเมื่อยสำหรับผู้ชายเท่านั้น
เมื่อมีการนวดผสมผสานหลายศาสตร์ทำให้การนวดน้ำมันลังกาสุกะมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครอย่างเช่นการใช้น้ำมันยี่หร่าดำที่ชาวมุสลิมเชื่อว่าสามารถรักษาโรคได้ทุกชนิดและมีส่วนทำให้มีอายุยืนขึ้นอีกทางหนึ่ง เช่น บรรเทาอาการเจ็บปวดของกล้ามเนื้อและหลัง, ผ่อนคลายความเครียด เป็นต้น
ในประเทศมาเลเซีย มีโรงแรมที่ให้บริการนวดลังกาสุกะเช่นกัน อาทิ ที่ โรงแรมลังกาสุกะ อย่างไรก็ดี ในการที่จะพัฒนาเป็นธุรกิจนวดไทยฮาลาลนั้น อาจต้องมีการหาคำอธิบายคำจำกัดเพิ่มเติมเพื่อให้ “การนวดฮาลาล” มีความหมายที่ชัดเจนและเป็นที่ยอมรับมากยิ่งขึ้น
กระทรวงการต่างประเทศ
วันทำการ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)