จิ่วเจียง Crossroads การขนส่งแห่งมณฑลตอนกลาง

จิ่วเจียง Crossroads การขนส่งแห่งมณฑลตอนกลาง

วันที่นำเข้าข้อมูล 29 มี.ค. 2555

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 5 พ.ย. 2562

| 2,763 view

จิ่วเจียง Crossroads การขนส่งแห่งมณฑลตอนกลาง

 

สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยเหมิน
กระทรวงการต่างประเทศ
(
www.mfa.go.th/business หรือ [email protected])

 

 

                  ความเหลื่อมล้ำในการพัฒนาระหว่างมณฑลชายฝั่งทะเลกับมณฑลตอนในของจีนเป็น ปัญหาที่นับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น นับตั้งแต่ได้มีการดำเนินนโยบายปฏิรูปเปิดประเทศ ดังนั้น ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาทางการจีนจึงได้มุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหานี้อย่างจริงจังโดยได้มีการระบุไว้ชัดเจนในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติให้เน้นการลงทุนในด้านต่างๆ ตั้งแต่ระบบสาธารณูปโภค การคมนาคม การสื่อสาร กระจายออกไปสู่พื้นที่ของมณฑลตอนในมากขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อต้องการที่จะดึงดูดภาคธุรกิจทั้งจากในและต่างประเทศให้ขยายการลงทุนเข้าสู่มณฑลตอนในเพื่อประโยชน์ในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจให้มากขึ้นนั่นเอง โอกาสนี้ จึงขอนำข้อมูลที่ได้รับจากศูนย์ข้อมูลธุรกิจของไทยในจีนเกี่ยวกับ เมืองจิ่วเจียง ของมณฑลเจียงซี เมืองในมณฑลตอนกลางของจีนที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากชายฝั่งทะเลมากนัก และมีความน่าสนใจในฐานะที่มีศักยภาพของการเป็นจุดเชื่อมต่อการขนส่งที่สำคัญของพื้นที่มณฑลตอนกลาง  

เมืองจิ่วเจียงและภูเขาหลูซาน

                จิ่วเจียง ชื่อนี้อาจไม่เป็นที่คุ้นหูคนไทยมากนัก แต่ท่านผู้อ่านทราบหรือไม่ว่าเมืองจิ่วเจียงของมณฑลเจียงซีนั้นเป็นเมืองที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่มีความเป็นมายาวนานกว่า 2,200 ปีในฐานะที่เป็นเมืองศูนย์กลางการขนส่งสินค้าและผู้โดยสารที่สำคัญในพื้นที่ตอนกลางของประเทศจีน โดยในอดีตเมืองจิ่วเจียงเป็นที่รู้จักในฐานะ 1 ใน 4 เมืองศูนย์กลางการผลิตและการค้าข้าวที่สำคัญของจีน และถือเป็น 1 ใน 3 เมืองที่มีการผลิตชาที่มีชื่อเสียงที่สุดของจีน นอกจากนี้เมืองจิ่วเจียงยังเป็นที่ตั้งของภูเขาหลูซาน สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามและมีชื่อเสียงจนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติมาตั้งแต่
ปี 2539

รู้จักเมืองจิ่วเจียง

               เมืองจิ่วเจียง ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลเจียงซีทางด้านทิศใต้ของแม่น้ำแยงซีเกียง และอยู่บนพื้นที่ริมฝั่งทะเลสาบผอหยาง ทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีนปี 2554 มีจำนวนประชากรรวม 4.76 ล้านคน (อยู่ในลำดับที่ 6 จากจำนวน 11 เมืองของมณฑลเจียงซี)   ที่ผ่านมามีมูลค่าผลผลิตมวลรวม 126,641 ล้านหยวน (มากเป็นลำดับ 3 ของมณฑลรองจากนครหนานชางที่เป็นเมืองเอก และเมืองก้านโจวที่มีขนาดพื้นที่และจำนวนประชากรมากที่สุดในมณฑล) มีเศรษฐกิจที่เติบโตขึ้นร้อยละ 13.2 จากปีก่อนหน้า

              พื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองจิ่วเจียงมีลักษณะเป็นภูเขา ปกคลุมด้วยป่าไม้ร้อยละ 46.3 และแหล่งน้ำอีกร้อยละ 18 ทำให้อุดมไปด้วยทรัพยากรแร่ธาตุมากมายกว่า 40 ชนิด อาทิ ทองคำ พลวง ดีบุก ฟลูออไรต์ เป็นต้น โดยจิ่วเจียงถือเป็นเมืองอุตสาหกรรมที่สำคัญของมณฑลเจียงซี อุตสาหกรรมสำคัญ ได้แก่ อุตสาหกรรมปิโตรเคมี อุตสาหกรรมเหล็กกล้า อุตสาหกรรมสิ่งทอ และอุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งผลิตและตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าโภคภัณฑ์ที่สำคัญในพื้นที่มณฑลตอนกลาง อาทิ ธัญพืช ฝ้าย น้ำมัน ชา ผ้าไหม เป็นต้น  

Crossroads การขนส่งแห่งมณฑลตอนกลาง

            จากข้อได้เปรียบทางด้านทำเลที่ตั้งที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำแยงซีเกียง เมืองจิ่วเจียงจึงได้ทำหน้าที่เป็นประตูการค้ากับเมืองและมณฑลอื่นๆ ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำแยงซีเกียง รวมถึงเป็นเมืองท่าการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศให้กับมณฑลเจียงซีมาตั้งแต่อดีต โดยปัจจุบันระบบโครงสร้างพื้นฐานของเมืองจิ่วเจียงมีความครอบคลุมในทุกรูปแบบการขนส่งและกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น ดังนี้

              การขนส่งทางน้ำและท่าเรือ เนื่องจากมณฑลเจียงซีไม่มีอาณาเขตติดต่อกับทะเล ท่าเรือจิ่วเจียง จึงเป็นท่าเรือการค้าระหว่างประเทศเพียงแห่งเดียวของมณฑลเจียงซี หมายความว่าเรือสินค้าจากต่างประเทศสามารถล่องผ่านแม่น้ำแยงซีเกียงเข้ามาถึงเมืองจิ่วเจียงได้โดยตรงผ่านปากแม่น้ำที่นครเซี่ยงไฮ้ ท่าเรือจิ่วเจียงนับเป็นท่าเรือสำคัญแห่งหนึ่งในเส้นทางการขนส่งผ่านแม่น้ำแยงซีเกียงซึ่งเป็นการขนส่งทางแม่น้ำที่สำคัญที่สุดของจีน โดยตั้งอยู่ระหว่างเขตเศรษฐกิจใหญ่ 2 แห่ง คือ นครอู่ฮั่นและนครเซี่ยงไฮ้ 
               
             นอกจากนี้ยังเป็นจุดเชื่อมต่อการขนส่งสินค้าระหว่างมณฑลตอนกลาง ได้แก่ เจียงซี หูเป่ย หูหนาน และอันฮุย ที่สำคัญท่าเรือจิ่วเจียงยังเป็นจุดเปลี่ยนถ่ายการขนส่งสู่แม่น้ำแยงซีเกียงเพียงแห่งเดียวของเส้นทางรถไฟปักกิ่ง เกาลูน ที่วิ่งในแนวเหนือ ใต้ของประเทศและมีระยะทางรวมกว่า 2,500 กม. ปี 2554 ที่ผ่านมา ท่าเรือจิ่วเจียงมีปริมาณสินค้าเข้าออกรวมทั้งสิ้น 39.07 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 19 จากปีก่อนหน้า และปริมาณสินค้าตู้คอนเทนเนอร์กว่า 140,000 TEU เพิ่มขึ้นร้อยละ 18
    
             การขนส่งทางรถไฟ นอกจากเส้นทางรถไฟสายปักกิ่ง เกาลูนแล้ว เมืองจิ่วเจียงยังมีเส้นทางรถไฟเชื่อมต่อไปยังเมืองสำคัญต่างๆ อีกหลายเส้นทาง ได้แก่ เส้นทางอู่ฮั่น จิ่วเจียงเส้นทางเหอเฝย จิ่วเจียง เส้นทางถงหลิง จิ่วเจียง นอกจากนี้ยังมีรถไฟความเร็วสูงเส้นทางหนานชาง จิ่วเจียงที่เริ่มเปิดให้บริการมาตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย. 2553 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที โดยถือเป็นรถไฟความเร็วสูงเส้นทางแรกของมณฑลเจียงซีที่เชื่อมระหว่างสองเขตเศรษฐกิจสำคัญ

             การขนส่งทางถนน ปัจจุบันเมืองจิ่วเจียงมีทางด่วนระหว่างเมือง 2 เส้นทาง ได้แก่ จิ่วเจียง จิ่งเต๋อเจิ้น และจิ่วเจียง หนานชาง นอกจากนี้ยังมีทางหลวงแผ่นดินอีก 2 สายพาดผ่าน ได้แก่ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 105 (ปักกิ่ง จูไห่) และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 316 (ฝูโจว หลานโจว)

             การขนส่งทางอากาศ สนามบินจิ่วเจียงหลูซานเริ่มเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2539 ตั้งอยู่ห่างจาก    ตัวเมืองจิ่วเจียงประมาณ 35 กม. ปัจจุบันมีเที่ยวบินในประเทศให้บริการไปยังเมืองสำคัญทั่วประเทศจีน ได้แก่ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กว่างโจว เฉิงตู เซี่ยเหมิน ซีอาน โดยปี 2554 ที่ผ่านมา สนามบินจิ่วเจียงหลูซานมีจำนวนเที่ยวบินกว่า 1,500 เที่ยวบิน และรองรับจำนวนผู้โดยสารมากกว่า 85,000 คน

ปัญหาและอุปสรรค

            แม้ว่าจะมีแรงสนับสนุนจากหลายปัจจัยดังกล่าวข้างต้น อย่างไรก็ดีพบว่าปัจจุบันธุรกิจการขนส่งของเมืองจิ่วเจียงยังไม่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากนัก อันเนื่องมาจากสาเหตุสำคัญหลายประการ อาทิ ระบบบริหารจัดการข้อมูลยังไม่ทันสมัย ความเชื่อมโยงระหว่างอุตสาหกรรมในพื้นที่กับธุรกิจการขนส่งและโลจิสติกส์สมัยใหม่ยังมีน้อยจึงทำให้ไม่เกิดการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรและข้อได้เปรียบที่มีอยู่ได้อย่างเต็มที่ รวมถึงปัญหาการขาดแคลนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจการขนส่งสมัยใหม่เป็นต้น เหล่านี้ทำให้เมืองจิ่วเจียงได้มุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหาดังกล่าวโดยได้กำหนดเป้าหมายอย่างชัดเจนไว้ใน แผนการพัฒนาธุรกิจการขนส่งสมัยใหม่ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม 5 ปี (2554 2558) ฉบับที่ 12 ที่ต้องการทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางขนส่ง รวบรวม และกระจายสินค้าที่สำคัญในพื้นที่มณฑลตอนกลาง รวมถึงอาศัยทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวที่มีอยู่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มากขึ้นเพื่อช่วยผลักดันการพัฒนาระบบการขนส่งผู้โดยสารด้วย โดยตั้งเป้าหมายให้มูลค่าผลผลิตจากธุรกิจการขนส่งสินค้าเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 15 ต่อปี และเมื่อถึงปี 2558 ธุรกิจการขนส่งจะต้องสร้างมูลค่าผลผลิตคิดเป็นร้อยละ 17 ของมูลค่าผลผลิตมวลรวมของทั้งเมือง

เน้นพัฒนาอุตสาหกรรมเพื่อช่วยผลักดันการขนส่ง

              นอกจากนี้ เมืองจิ่วเจียงยังได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมเป็นอย่างมาก เนื่องจากเชื่อว่าจะเป็นปัจจัยที่ช่วยผลักดันให้เกิดการพัฒนาระบบสาธาณณูโภคด้านการขนส่งให้มีความก้าวหน้ามากขึ้น โดยปัจจุบันเมืองจิ่วเจียงเป็นส่วนหนึ่งของโครงการระเบียงอุตสาหกรรมหนานชาง จิ่งเจียง (Nanchang Jiujiang Industrial Corridor) และยังมีเขตส่งเสริมการพัฒนาอีกหลายแห่ง ที่สำคัญได้แก่

               1) เขตพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีเมืองจิ่วเจียง (Jiujiang City Economic and Technological Development Zone) ก่อตั้งในปี 2535 ถือเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจแห่งแรกๆ ของมณฑลเจียงซี ปัจจุบันมีโครงการลงทุนด้านอุตสาหกรรมทั้งจากในและต่างประเทศกว่า 100 โครงการ โดยมีประเภทของอุตสาหกรรม อาทิ การผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักร รถยนต์ ยาชีวภาพ สิ่งทอ อาหารและเครื่องดื่ม แผงวงจรควบคุม เป็นต้น

               2) เขตแปรรูปเพื่อการส่งออกเมืองจิ่วเจียง (Jiujiang Export Processing Zone) ก่อตั้งปี 2548 มีพื้นที่โครงการรวม 2.81 ตร.กม. เป็นเขตแปรรูปเพื่อการส่งออกระดับชาติแห่งแรกของมณฑลเจียงซี มีอุตสาหกรรมสำคัญได้แก่ การผลิตเครื่องจักร สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า และชิ้นส่วนยานยนต์ พื้นที่โครงการเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างเส้นทางรถไฟสายปักกิ่ง - เกาลูนและสายอู่ฮั่น จิ่วเจียง ทางด่วนหนานชาง จิ่วเจียงและทางหลวงแผ่นดินสาย 105 ผ่านพื้นที่ของเขตฯ อยู่ห่างจากสนามบินนานาชาติชางเป่ยนครหนานชางเป็นระยะทาง 100 กม. และห่างจากสนามบินจิ่วเจียงหลูซาน 14 กม.

               3) เขตพัฒนาเทคโนโลยีระดับสูงก้งชิง (Gongqing High Tech Development Region)   เมืองก้งชิง อยู่กึ่งกลางของระเบียงอุตสาหกรรมหนานชาง จิ่วเจียง ห่างจากนครหนานชางและเมืองจิ่วเจียงประมาณ 50 กม. และตั้งอยู่ริมทะเลสาบผอหยางจึงสามารถขนส่งสินค้าและผู้โดยสารผ่านทะเลสาบ ผอหยางออกไปยังแม่น้ำแยงซีเกียงได้ โดยเป็นเขตส่งเสริมการลงทุนจากไต้หวันและพื้นที่นำร่องสำหรับพัฒนาเทคโนโลยีการเพิ่มผลผลิตภาคเกษตรกรรม ปัจจุบันเป็นแหล่งดึงดูดการลงทุนต่างชาติที่สำคัญของมณฑลเจียงซี และยังเป็นฐานการผลิตของอุตสาหกรรมสิ่งทอกว่า 100 ราย
     
               คงต้องติดตามกันต่อไปว่า เมืองจิ่วเจียงจะสามารถบรรลุเป้าหมายการเป็นจุดเชื่อมต่อการขนส่งที่สำคัญในพื้นที่มณฑลตอนกลางได้หรือไม่ และภายในระยะเวลานานเท่าใด อย่างไรก็ดี เชื่อว่าจากข้อได้เปรียบต่างๆ ของเมืองจิ่วเจียงที่ BIC ได้นำเสนอไว้ข้างต้นจะช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับธุรกิจไทยที่สนใจจะเข้ามาลงทุนตั้งฐานการผลิตในพื้นที่มณฑลตอนกลางที่ยังคงมีมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่ามณฑลชายฝั่งทะเลได้ (ปัจจุบันค่าจ้างขั้นต่ำของเมืองจิ่วเจียงอยู่ที่ประมาณ 700 800 หยวนต่อเดือน และ 7 8 หยวนต่อ ชม. แล้วแต่พื้นที่)

               ฝากท่านผู้อ่านคลิกเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวรายงานมณฑลจีนทุกวันได้ที่ www.thaibizchina.com และขอรับ e-newsletter ได้ฟรีที่ [email protected]