|
สรุปผลการเข้าร่วมประชุมประจำปี World Economic Forum ครั้งที่ ๔๒ ของนายกรัฐมนตรี
ระหว่างวันที่ ๒๗-๒๘ มกราคม ๒๕๕๕ ณ เมืองดาวอส
นายก รัฐมนตรี พร้อมด้วยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชนสามสถาบัน ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ และเลขาธิการกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้เข้าร่วมการเข้าร่วมประชุมประจำปี World Economic Forum ครั้งที่ ๔๒ ของนายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ ๒๗-๒๘ มกราคม ๒๕๕๕ ณ เมืองดาวอส สรุปสาระสำคัญของการเข้าร่วมประชุม ดังนี้
๑. หัวข้อหลักของการประชุม คือ “The Great Transformation: Shaping New Models” ซึ่ง เน้นประเด็นเรื่องความซับซ้อนและความเชื่อมโยงกันของสิ่งท้าทายต่างๆ เพื่อรับมือและจัดการกับความท้าทายดังกล่าวในเชิงรุก โดยมีผู้นำภาครัฐ นักธุรกิจ และผู้นำจากภาควิชาการ รวมทั้งสื่อมวลชนชั้นนำระดับโลกเข้าร่วมกว่า ๒,๖๐๐ คน เข้าร่วม

๒. นายกรัฐมนตรีได้เข้าร่วมการหารือ ดังนี้
๒.๑ การหารืออย่างไม่เป็นทางการของผู้นำโลก ในหัวข้อ Imperatives for 2012 นายกรัฐมนตรีได้เข้าร่วมการหารือกับผู้นำภาครัฐและเอกชนระดับสูง จำนวนประมาณ ๘๐ ท่าน เกี่ยวกับแนวทางการสร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืนหลังวิกฤตเศรษฐกิจโลก ซึ่งมีประธานธนาคารโลกเป็นผู้กล่าวเปิดการหารือ
๒.๒ การอภิปรายในการหารือหัวข้อ Woman as the Way Forward นายกรัฐมนตรีได้กล่าวสุนทรพจน์เปิดการหารือและเข้าร่วมเป็นผู้อภิปราย โดยมีผู้เข้าร่วมรับฟังการหารือกว่า ๑,๒๐๐ คน สรุปสาระสำคัญ ดังนี้
๒.๒.๑ การกล่าวเปิดการหารือ นายก รัฐมนตรีได้เน้นความมุ่งมั่นในการผลักดันนโยบายเพื่อสร้างโอกาสแก่หญิงไทย ด้วยการจัดตั้งกองทุนพัฒนาสตรีแห่งชาติ เพื่อพัฒนาศักยภาพและสร้างเครือข่ายผู้หญิง
๒.๒.๒ ในการอภิปราย นายก รัฐมนตรีเน้นประเด็นการตั้งกองทุนพัฒนาสตรีแห่งชาติเพื่อเสริมสร้างโอกาสใน การเข้าถึงแหล่งทุน และการส่งเสริมการศึกษา ในการบริหารประเทศ เพศหญิงเป็นสัญญลักษ์ของความไม่รุนแรง (non-violence) โดยผู้นำสตรีมักจะมีการตัดสินใจที่เอื้อต่อชุมชนมากกว่า ทั้งนี้ สามารถเรียกดูได้ที่ http://www.weforum.org/videos/women-way-forward-annual-meeting-2012


๓. นายกรัฐมนตรีได้เข้าร่วมกิจกรรมอื่นๆ ดังนี้
๓.๑ การเป็นประธานในงาน Thailand Night ณ โรงแรม Central Sporthotel เมื่อ วันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๕ โดยมีผู้นำภาครัฐ เอกชน และสื่อมวลชนเข้าร่วมกว่า ๖๐๐ คน โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงศักยภาพและความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของไทยและแนว ทางการฟื้นฟูประเทศและป้องกันอุทกภัย และความพร้อมที่จะเป็นเจ้าภาพการประชุม World Economic Forum on East Asia ระหว่าง ๓๐ พฤษภาคม – ๑ มิถุนายน ๒๕๕๕ ที่กรุงเทพฯ
๓.๒ Public Private Interaction (PPI) เป็นรูปแบบความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนที่ WEF ได้เชิญผู้บริหารสูงสุดของบริษัทสำคัญร่วมหารือ ซึ่งเสมือนเป็นคณะกรรมการที่ปรึกษา (Advisory Board) ในบริษัทเอกชน เพื่อเสนอข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์แก่ประเทศไทย อาทิ การ branding ประเทศไทย การแข่งขันเพื่อเป็น hub ในภูมิภาค เป็นต้น >> รายละเอียดเพิ่มเติมของการหารือ PPI
๔. การหารือทวิภาคี นายกรัฐมนตรีได้หารือกับผู้นำประเทศ CEO ของบริษัทชั้นนำ และศาสตราจาย์ ดร. Klaus Schwab ผู้ก่อตั้งและประธานบริหาร WEF
๔.๑ HRH Duke of York
HRH Duke of York ทรงสอบถามถึงพัฒนาการทางการเมืองและแนวนโยบายในการฟื้นฟูประเทศหลังอุทกภัย และการป้องกันในอนาคต อีกทั้งได้ทรงเชิญนายกรัฐมนตรีเข้าร่วม Business Conference ก่อนการจัดกีฬาโอลิมปิกที่กรุงลอนดอน
๔.๒ นาง Eveline Widmer-Schlumpf ประธานาธิบดีแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐสวิส
ประธานาธิบดี สวิสได้แสดงความขอบคุณที่ไทยสนับสนุนให้สวิตเซอร์แลนด์เข้าเป็นภาคีของอาเซม โดยจะเข้าร่วมการประชุมที่ประเทศลาวเป็นครั้งแรก และสอบถามความคืบหน้าของการดำเนินการเพื่อเจรจา EFTA ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้แจ้งว่า กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐสภา
ประธานาธิบดี สวิสแจ้งว่า สวิตเซอร์แลนด์ให้ความสำคัญกับกระบวนการสมานฉันท์ในประเทศ โดยนายกรัฐมนตรีได้แจ้งความคืบหน้าและแนวทางการดำเนินการของคณะกรรมการอิสระ ตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการ
ปรองดองแห่งชาติ (คอป.)
ประธานาธิบดี สวิสได้เสนอให้พิจารณาร่วมกันในการส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างกัน โดย นายกรัฐมนตรีได้เสนอให้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสอง ประเทศพิจารณาสาขาและแนวทางในการส่งเสริมความร่วมมือในด้านต่างๆ และประสานกับกระทรวงที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ต่อไป
๔.๓ นาย Syed Yusuf Raza Gilani นายกรัฐมนตรีปากีสถาน
นายก รัฐมนตรีปากีสถานแสดงความยินดีที่จะได้ถวายการต้อนรับสมเด็จพระเทพรัตนราช สุดา สยามบรมราชกุมารี และเชิญนายกรัฐมนตรีเยือนปากีสถานเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างกัน โดยปากีสถานต้องการชักจูงการลงทุนด้านอัญมณีเครื่องประดับจากไทย รวมทั้งการพิจารณาจัดทำความตกลงการค้าเสรีซึ่งได้เคยมีการหารือกันระหว่าง การเยือนปากีสถานของนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น (พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร) และเสนอให้มีการจัดการประชุม Joint Economic Commission ในโอกาสแรก หลังจากที่ได้มีการประชุมครั้งสุดท้ายไปเมื่อปี ๒๕๔๕ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีปากีสถานขอให้ไทยช่วยสนับสนุนการเข้าเป็นประเทศคู่เจรจาของอา เซียน
นายก รัฐมนตรีได้สนับสนุนการขยายการค้าการลงทุนระหว่างกันและได้ชี้แจงนโยบายการ ฟื้นฟูภายหลังอุทกภัย และได้เชิญนายกรัฐมนตรีปากีสถานเข้าร่วมการประชุม World Economic Forum on East Asia ที่กรุงเทพฯ
๔.๔ นาย Jakaya M. Kikwete ประธานาธิบดีแทนซาเนีย
ประธานาธิบดี แทนซาเนียแสดงความประสงค์จะมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในโอกาสแรก ทั้งนี้ เสนอให้มีการเยือนระดับรัฐมนตรีเพื่อหารือถึงกรอบความร่วมมือระหว่างกัน โดยแทนซาเนียสนใจร่วมมือกับไทยในด้านการพัฒนาด้านการเกษตรอย่างยั่งยืน การปลูกอ้อยเพื่อผลิตพลังงานชีวภาพ และการบริหารจัดการสลากกินแบ่งรัฐบาลเพื่อระดมทุนสำหรับการกู้ยืมเพื่อการ ศึกษา โดยนายกรัฐมนตรีได้แสดงความสนใจที่จะร่วมมือด้านอุตสาหกรรมเหมืองแร่
๔.๕ ศาสตราจารย์ ดร. Klaus Schwab ผู้ก่อตั้งและประธานบริหาร WEF
ศาสตราจารย์ ดร. Klaus Schwab ได้ชื่นชมการดำเนินงานของรัฐบาลที่ผ่านมาและแสดงความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย และแสดงความพร้อมที่จะร่วมจัดการประชุม World Economic Forum on East Asia ที่กรุงเทพฯ นอกจากนี้ ได้สนับสนุนให้ใช้ช่องทางการหารือ Public Private Interaction (PPI) ที่ WEF จัดตั้งขึ้นเป็นช่องทางการหารืออย่างต่อเนื่องระหว่างรัฐและเอกชนชั้นนำ ซึ่งเชื่อว่าการหารือดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นให้เกิดแนวคิด และยุทธศาสตร์ใหม่ๆ ที่ช่วยดึงดูดการลงทุนสู่ไทย ทั้งนี้ ควรจัดให้มีการหารือผ่านวีดิโอทุก ๓ เดือนอย่างต่อเนื่อง

๔.๖ นาย Hiromasa Yonekura ประธานกรรมการบริหารบริษัท Sumitomo Chemical และประธานเคดันเรน
นาย Yonekura ได้แสดงความขอบคุณไทยที่ช่วยให้บริษัทลูกของ Sumitomo Chemicals ๓ บริษัท รอดพ้นจากอุทกภัย และได้แสดงความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยและแผนการฟื้นฟูประเทศ นอกจากนี้ แจ้งว่าญี่ปุ่นส่งเสริมการจัดทำเขตการค้าเสรีเอเชียแปซิฟิก (Free Trade Area of the Asia Pacific : FTAAP) หรือการความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจข้ามแปซิฟิก (Trans-pacific Strategic Partnership : TPP) โดยนายกรัฐมนตรีได้ย้ำถึงศักยภาพทางเศรษฐกิจของไทย รวมถึงการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลด้วยงบประมาณ ๑๑,๐๐๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อให้ความมั่นใจว่า รัฐบาลสามารถควบคุมและป้องกันวิกฤตอุทกภัยได้ รวมถึงการพัฒนาระบบเตือนภัยและพยากรณ์ และการตั้งหน่วยสั่งการเดียว (Single Command Authority) เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำมีประสิทธิภาพ และเน้นย้ำความสำคัญของอาเซียน ซึ่งฝ่ายญี่ปุ่นแจ้งว่าติดตามพัฒนาการของอาเซียนอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด
๔.๗ นาย Muhtar A. Kent ประธานกรรมการและ CEO ของบริษัท Coca Cola
นาย Kent ระบุว่า ไทยเป็นประเทศเดียวในอาเซียน ที่มีการควบคุมราคา (price control) เครื่องดื่มและขอให้รัฐบาลพิจารณายกเลิกการควบคุมราคาดังกล่าว ซึ่งบริษัทฯ จะพิจารณาเพิ่มการลงทุนในไทยจำนวนมาก โดยนายกรัฐมนตรีรับที่จะพิจารณา ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า โดยส่วนตัวไม่เชื่อในการควบคุมราคา
๔.๘ นาย Michel M. Lies, Chairman Global Partnerships บริษัท SwissRe
นาย Lies ได้สอบถามถึงแนวนโยบายในการป้องกันอุทกภัยและพัฒนาการด้านการเมืองของไทย โดยนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงถึงแนวนโบายของไทย การลงทุนในด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อฟื้นฟูและป้องกันอุทกภัย การตั้งหน่วยสั่งการเดียว (Single Command Authority) เพื่อบริหารจัดการอุทกภัย พร้อมแนวทางในการชดเชยแก่บริษัทที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งบริษัทได้แสดงความพอใจและเห็นว่า การดำเนินการดังกล่าวจะช่วยลดค่าเบี้ยประกันภัยพิบัติได้ในระยะยาว
๔.๙ นาย James Staley, CEO บริษัท JP Morgan
นาย Staley ได้สอบถามถึงพัฒนาการด้านการเมือง นโยบายเศรษฐกิจและมาตรการของรัฐบาลที่จะนำไปสู่เสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการ เมือง โดยได้แจ้งว่าอุทกภัยไม่กระทบต่อการดำเนินการของบริษัทในไทยและแสดงความ เชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทย นอกจากนี้ ยังได้สอบถามถึงพัฒนาการด้านการเมืองในพม่า และการพบหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีกับนางอองซานซูจี โดยนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงถึงนโยบายในการกระตุ้นเศรษฐกิจของไทยที่จะเน้นการ บริโภคในประเทศ และการยกระดับคุณภาพแรงงานผ่านนโยบายเพิ่มค่าแรงและเงินดือนข้าราชการ เป็นต้น
๕. การให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน นายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนชั้นนำ ๔ ราย ได้แก่ หนังสือพิมพ์ Financial Times สถานีโทรทัศน์ Schweizer Fernsehen สถานีโทรทัศน์ CNBC และ สำนักข่าว Euronews
๕.๑ หนังสือพิมพ์ Financial Times (ลงเมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๕ ใน The World Blog ในส่วน Davos day 4: As it happened)
ประเด็นเกี่ยวกับการเมืองไทย นายกรัฐมนตรีระบุว่า สถานการณ์ในประเทศไทยมีความสงบกว่าเดิมมาก คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติได้รับการ สนับสนุนจากพรรคการเมืองหลัก ทั้งพรรคฝ่ายค้านและรัฐบาล และสถานการณ์อุทกภัยได้เป็นการพิสูจน์ว่า รัฐบาลสามารถทำงานได้ดีกับฝ่ายทหาร ในเรื่องอนาคตของอดีตนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า จะถูกตัดสินตามข้อกฎหมาย แต่ก็ควรได้รับอนุญาตให้มีส่วนช่วยส่งเสริมอนาคตของประเทศไทย และนายกรัฐมนตรีได้ปฏิเสธว่าอดีตนายกรัฐมนตรีมีบทบาทต่อรัฐบาลปัจจุบัน โดยได้ยืนยันว่าคณะรัฐมนตรีเป็นผู้บริหารประเทศ
ประเด็นด้านเศรษฐกิจ/อุทกภัย นายกรัฐมนตรีระบุว่า ไทยกำลังฟื้นตัวและฟื้นฟูประเทศภายหลังอุทกภัยในปีที่ผ่านมา โดยเศรษฐกิจไทยน่าจะเติบโตกว่าร้อยละ ๕ ในปีนี้ ดังรายละเอียดปรากฏตามเว็บไซต์ http://blogs.ft.com/the-world/2012/01/davos-rolling-blog-day-4/
๕.๒ สถานีโทรทัศน์ Schweizer Fernsehen (ออกอากาศเมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๕)
ประเด็นเกี่ยวกับอุทกภัย นายกรัฐมนตรีระบุว่า สถานการณ์ได้กลับสู่ภาวะปกติแล้ว โดยไทยอยู่ในกระบวนการฟื้นฟูประเทศ รวมทั้งการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานและดำเนินมาตรการเพื่อป้องกันอุทกภัยโดย เฉพาะสำหรับเขตเศรษฐกิจ ซึ่งอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบจะกลับสู่สภาวะปกติอย่างเต็มที่ภายในอีก ๒ เดือนข้างหน้า
ประเด็นความสัมพันธ์ไทย – สวิตเซอร์แลนด์ นายกรัฐมนตรีระบุว่า ไทยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับรัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์ โดยจะมุ่งเสริมสร้างความสัมพันธ์ไทย - สวิตเซอร์แลนด์ โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว นอกจากนี้ คนไทยรู้สึกซาบซึ้งใจกับการที่ชาวสวิสได้แสดงความเสียใจและให้การสนับสนุนคน ไทยในช่วงอุทกภัย
ทัศนคติต่อการเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติและภูมิใจที่คนไทยให้โอกาสเป็นนายกรัฐมนตรี โดยจะทำหน้าที่อย่างดีที่สุด และจะใช้จุดแข็งของความเป็นสตรีในการทำงานกับฝ่ายต่าง ๆ เพื่อนำสันติสุขและความเจริญรุ่งเรืองสู่ประเทศไทย ดังรายละเอียดปรากฏตามวีดีโอการสัมภาษณ์ในเว็บไซต์ http://www.videoportal.sf.tv/video?id=c8810f5f-b082-4aa8-b0aa-7614d089f0de
๕.๓ สถานีโทรทัศน์ CNBC (ออกอากาศเมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๕๕)
ประเด็นด้านการเมือง นายก รัฐมนตรีระบุว่า ได้ปรับคณะรัฐมนตรีเพื่อประสิทธิภาพในการทำงานของรัฐบาล เพื่อช่วยให้ประเทศฟื้นฟูจากเหตุการณ์อุทกภัย โดยอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณฯ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ตนเป็นผู้คัดเลือกเองตามความสามารถและความเหมาะสมของแต่ละบุคคล
การ ปรับนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลังออกจากคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีระบุว่า รองนายกรัฐมนตรี นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง มีความรู้เกี่ยวกับการเงินการคลังจึงมีความเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงคลัง และจะสามารถช่วยให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ถึงร้อยละ ๕ ในปีนี้ สำหรับเรื่องระดับหนี้สาธารณะของไทยนั้น คำอธิบายของนายธีรชัยฯ ไม่ถูกต้องทีเดียว แต่เป็นไปตามที่รองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ฯ ได้อธิบายไว้ ดังรายละเอียดปรากฏในเว็บไซต์ http://video.cnbc.com/gallery/?video=3000070129
๕.๔ การให้สัมภาษณ์สำนักข่าว Euronews ยังไม่ปรากฏว่ามีการออกอากาศ
๖. รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้เข้าร่วมการอภิปรายในหัวข้อ Enhancing Collaboration through Connectivity และ NHK Debate ในหัวข้อ ‘Tough Choices in a Time of Crisis’ และได้หารือทวิภาคีกับบุคคลต่างๆ ดังนี้
๖.๑ การอภิปรายหัวข้อ Enhancing Collaboration through Connectivity
ผู้ เข้าร่วมอภิปรายได้แลกเปลี่ยนอนาคตของอาเซียนร่วมกันในเชิงบวก แม้ว่าประเทศสมาชิกอาเซียนจะมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน โดยผู้เข้าร่วมอภิปรายอยากเห็นอาเซียนเป็นภูมิภาคที่ดึงดูดการลงทุนจากต่าง ประเทศมากขึ้นและมีการเพิ่มพูนการค้าภายในอาเซียนและความเป็นหุ้นส่วนทาง ธุรกิจที่เพิ่มขึ้น โดยประเทศสมาชิกบางประเทศได้แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าในการปรับปรุงความ เชื่อมโยงในลักษณะ digital connectivity และ โครงสร้างพื้นฐาน อย่างไรก็ตาม ประเทศอาเซียนยังคงมีความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงในด้านต่างๆ ต่อไป อาทิ ด้านการเคลื่อนย้ายของประชาชน แรงงาน และความคิด โดยอาเซียนยังมีสิ่งท้าทายสำคัญ อาทิ ช่องว่างทางเศรษฐกิจและระดับการพัฒนาระหว่างประเทศสมาชิก ซึ่งประเทศสมาชิกอาเซียนที่มีความมั่งคั่งมากกว่าควรจะช่วยเหลือประเทศ สมาชิกอื่นๆ ที่มีระดับการพัฒนาน้อยกว่า
๖.๒ NHK Debate ในหัวข้อ ‘Tough Choices in a Time of Crisis’
รอง นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลังได้กล่าวถึงในกรณีอุทกภัยที่เกิด ขึ้นในประเทศไทยว่า การสื่อสารกับรัฐบาลและประชาชนโดยมิให้เกิดการตื่นตระหนกในวงกว้างหรือมิให้ นิ่งเฉยในการรับมือกับภัยพิบัติจนเกินไปเป็นสิ่งที่สำคัญ ในวิกฤตการณ์ใดๆ ผู้นำจำเป็นที่จะต้องรับมือกับการคาดการณ์ต่างๆ ของคน ทั้งนี้ สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับผู้นำคือ การข้ามผ่านการคาดการณ์ต่างๆ ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย แม้จะตระหนักดีว่าการคาดการณ์เหล่านั้นไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ สามารถเรียกดูวีดิโอได้ที่ http://www.weforum.org/videos/tough-choices-time-crisis-annual-meeting-๒๐๑๒-๐
๖.๓ การหารือทวิภาคีของรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง ได้แก่ (๑) นาย Lim Siong-Guan ประธานกลุ่ม GIC Asset Management, Special Investments and Real Estate, Government of Singapore Investment Corporation (GIC) และ (๒) นาย Malvinder Sign, Executive Group Chairman, Fortis Healthcare และ Co-Chair ของ World Economic Forum on East Asia โดยได้เน้นถึงนโยบายการฟื้นฟูประเทศและการป้องกันอุทกภัย
|