ระบบและโครงสร้างการทำงานของอังค์ถัด

ระบบและโครงสร้างการทำงานของอังค์ถัด

วันที่นำเข้าข้อมูล 1 พ.ค. 2555

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 18 ต.ค. 2563

| 4,198 view

กรอบความร่วมมือเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

 

ระบบและโครงสร้างการทำงานของอังค์ถัด

 

1. การประชุมระดับรัฐมนตรี

            UNCTAD จัดการประชุมระดับรัฐมนตรีทุก 4 ปี เพื่อกำหนดวางแนวนโยบาย และจัดลำดับภารกิจงานร่วมกันของประเทศสมาชิก โดยการประชุมครั้งล่าสุดจัดขึ้นที่เมือง Sao Paulo ประเทศบราซิล ระหว่าง 13-18 มิถุนายน ค.ศ. 2004 (พ.ศ. 2547) 
 

2. คณะกรรมการบริหารการค้าและการพัฒนา (Trade and Development Board)

            UNCTAD จัดให้มีประชุมสมัยสามัญปีละ 1 ครั้ง ที่นครเจนีวา เพื่อพิจารณาทบทวนการดำเนินกิจกรรมของสำนักงานเลขาธิการ รวมถึงประเด็นทางสถาบันและการบริหารจัดการ และจัดให้มีการประชุมเป็นการเฉพาะต่างหากอีกไม่เกินปีละ 3 ครั้งเพื่อให้สามารถจัดการกับปัญหาเร่งด่วนได้อย่างทันท่วงที


3. คณะกรรมาธิการ 3 คณะ ภายใต้การดูแลของคณะกรรมการบริหาร

            ประกอบด้วย

            1. คณะกรรมาธิการว่าด้วยการค้าสินค้าและบริการ และสินค้าโภคภัณฑ์

            2. คณะกรรมาธิการว่าด้วยการลงทุน เทคโนโลยี และการเงิน           

            3. คณะกรรมาธิการว่าด้วยวิสาหกิจ การอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ และการพัฒนาคณะกรรมาธิการแต่ละคณะจะจัดการประชุมสามัญสามัญปีละ 1 ครั้ง แต่อาจเรียกประชุมผู้ชำนาญการพิเศษสูงถึง 10 ครั้งต่อปี เพื่อพิจารณาประเด็นปัญหาเป็นการเฉพาะ

อังค์ถัดกับภาคประชาสังคม

          UNCTAD เชื่อ ว่าความสำเร็จของบูรณาการของประเทศกำลังพัฒนาในระบบเศรษฐกิจโลกต้องอาศัย ความร่วมมือจากทั้งทางภาครัฐและเอกชน รวมทั้งการอาศัยการเข้ามีส่วนร่วมขององค์กรพัฒนาร่วมภาคเอกชน (NGOs) ภาควิชาการ ฝ่ายนิติบัญญัติ และสมาคมธุรกิจ

            NGOs นับว่ามีบทบาทเด่นชัดมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างการประชุม UNCTAD ครั้งที่ 10 ที่ กรุงเทพมหานคร ซึ่งชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มต่อไปในอนาคตที่ภาคประชาสังคมจะเข้ามีส่วนร่วมต่อ การดำเนินการขององค์กรระหว่างประเทศมากยิ่งขึ้น


การดำเนินกิจกรรมหลักของอังค์ถัด

1. การค้าและสินค้าโภคภัณฑ์

  • UNCTAD ส่งเสริมการสร้างความหลากหลายในการผลิตทั้งประเภทสินค้าและโครงสร้างทางการค้า ให้ ความช่วยเหลือรัฐบาลของประเทศต่างๆ ในการกำหนดนโยบายและนำนโยบายไปปฏิบัติ รวมทั้งส่งเสริมให้วิสาหกิจต่างๆ สามารถปรับยุทธศาสตร์ทางธุรกิจและสินค้าให้สามารถเชื่อมโยงกับระบบเศรษฐกิจ โลก
  • UNCTAD ส่ง เสริมการเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนากฎหมาย/นโยบายการแข่งขันทางการค้าและ การคุ้มครองผู้บริโภคในประเทศกำลังพัฒนา รวมทั้งการจัดพิมพ์/เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวข้องกับรูปแบบ (Model) กฎหมายการแข่งขันทางการค้าอย่างสม่ำเสมอ
  • โครงการ Positive Agenda Initiative and Commercial Diplomacy Programme เพื่อช่วยเหลือ/สร้างทักษะให้กับประเทศกำลังพัฒนาในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาต่อรองทางการค้า
  • จัดทำระบบข้อมูลและการวิเคราะห์ทางการค้า (Trade Analysis and Information System หรือTRAINS) ซึ่งเป็นระบบเครือข่ายข้อมูลสารสนเทศที่ใช้ฐานข้อมูลของ UNCTAD ที่ว่าด้วยมาตราการควบคุมทางการค้าครอบคลุมข้อมูลจากประเทศต่างๆ 119 ประเทศทั่วโลก

 

2. การลงทุนและการพัฒนาวิสาหกิจ

  • UNCTAD สนับสนุนให้ประเทศกำลังพัฒนามีส่วนร่วมในกระบวนการจัดตั้งกฎระเบียบเกี่ยวกับการลงทุนระหว่างประเทศทั้งในระดับทวิภาคี ระดับภูมิภาคและพหุภาคี ผ่านการจัดประชุมสัมมนา การประชุมระดับภูมิภาค และการจัดเตรียมเอกสารตามประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
  • การทบทวนนโยบายเกี่ยวกับการลงทุน (Investment Policy Review) เพื่อสร้างความคุ้นเคยให้เกิดขึ้นในหมู่รัฐบาลและภาคเอกชนทั่วไป เกี่ยวกับนโยบายและสภาพการณ์ต่างๆเกี่ยวกับการลงทุนของประเทศนั้นๆ  ซึ่งประเทศที่ได้รับการทบทวนนโยบายเกี่ยวกับการลงทุนไป แล้ว อาทิ เอกวาดอร์  อิยิปต์ เอธิโอเปีย มอริเชียส และเปรู
  • ให้ ข้อเสนอแนะด้านการลงทุนและการพัฒนาขีดความสามารถให้กับประเทศที่พัฒนาน้อย ที่สุด โดยประเทศที่เคยได้รับความช่วยเหลือ ได้แก่ บังกลาเทศ เอธิโอเปีย มาลี โมซัมบิก และยูกันดา
  • สนับสนุนผู้ประกอบการ และการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและย่อมในประเทศสมาชิกจำนวน 20 ประเทศนอกจากนั้น ยังได้จัดทำเครือข่ายข้อมูลทางธุรกิจไว้สำหรับอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการด้วย

 

3. นโยบายเศรษฐกิจมหภาค ภาวะหนี้สิน และการระดมทุนเพื่อการพัฒนา

  • จัดทำรายงานด้านนโยบายและรายงานวิจัยเพื่อเสนอต่อที่ประชุม UNCTAD และ ต่อที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการพึ่งพาซึ่งกันและกันทางเศรษฐกิจ ระบบการเงินและปริวรรตเงินตราระหว่างประเทศ รวมถึงความท้าทายของนโยบายเศรษฐกิจมหภาคและการพัฒนา
  • ให้การสนับสนุนทางเทคนิคและคำแนะนำกับการรวมกลุ่มระหว่างรัฐบาลของประเทศกำลังพัฒนา อาทิ กลุ่ม G-24 ในเรื่องการเจรจาต่อรอง/การหารือกับธนาคารโลก กองทุนการเงินระหว่างประเทศ และประเทศผู้บริจาครวมถึงกลุ่ม  Paris Club of Creditor ด้วย
  • โปรแกรม DMFAS ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ทางการเงินและการบริหารหนี้สินด้วยระบบคอมพิวเตอร์(Computer -based) เพื่อช่วยให้ประเทศต่างๆ สามารถบริหารหนี้สินต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยโครงการนี้ ได้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2525 ปัจจุบัน มีประเทศสมาชิกเข้าร่วมโครงการติดตั้งระบบดังกล่าวแล้วทั้งสิ้น 52 ประเทศ
     

4. การคมนาคมขนส่ง ศุลกากร และเทคโนโลยีสารสนเทศ

  • โครงการ ASYCUDA เป็น ระบบศุลกากรแบบบูรณาการที่สามารถเร่งรัดกระบวนการตรวจผ่านทางศุลกากรให้มี ความรวดเร็วมากยิ่งขึ้นและให้ความช่วยเหลือรัฐบาลของประเทศต่างๆ ในการปฏิรูปกระบวนการ/การบริหารทางศุลกากรให้มีความทันสมัย ระบบล่าสุดสามารถสนับสนุนการประกอบธุรกิจโดยผ่านระบบทางอิเล็กทรอนิกส์ (E-Business) ซึ่งได้รับการติดตั้งในกว่า 80 ประเทศ และได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติว่าเป็นระบบศุลกากรแบบอัตโนมัติที่ได้มาตรฐาน
  • โครงการ ACIS เป็นระบบติดตาม/ควบคุมการขนส่งสินค้า (Cargo Tracking Systems) ด้วยระบบทางคอมพิวเตอร์ ปัจจุบัน ได้รับการติดตั้งในประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียและแอฟริกาจำนวนกว่า 20 ประเทศ
  • เครือข่าย Global Trade Point Network หรือ GTPNet ให้บริการทางข้อมูลเกี่ยวกับการค้าและการบริการแก่นักธุรกิจ และช่วยในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
  • โครงการ TRAINFORTRADE  เป็น โครงการเสริมสร้างเครือข่ายการฝึกอบรมและจัดการฝึกอบรมในประเด็นทางการค้า ระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มพูนความสามารถในการแข่งขันให้ประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งรวมไปถึงการพัฒนาการเรียนรู้ทางไกล โดยเฉพาะสำหรับประเทศที่พัฒนาน้อยที่สุด

         

5. ความร่วมมือทางเทคนิค
          UNCTAD มีโครงการให้ความช่วยเหลือทางเทคนิคกว่า 300 โครงการให้กับประเทศกำลังพัฒนากว่า 100 ประเทศ โดย มุ่งพัฒนาความสามารถของประเทศกำลังพัฒนาต่างๆ ในการสร้างความเเข็งแกร่งให้สถาบันและนโยบายการพัฒนาประเทศ ช่วยให้ประเทศเหล่านี้เข้าใจปัญหาทางเศรษฐกิจในระดับโลกมากขึ้น เพื่อที่จะสามารถแสวงหาวิธีการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมด้วยตนเอง รวมทั้งการพัฒนาขีดความสามารถให้กับประเทศกำลังพัฒนาในการเจรจาทางการค้า การเงิน และการลงทุนระหว่างประเทศ
 

ผลงานที่ผ่านมาของอังค์ถัด

  • สิทธิพิเศษทางศุลกากร (Generalized System of Preferences หรือ GSP)  ตั้งแต่ พ.ศ.2514 โดยสินค้าของประเทศกำลังพัฒนาที่ส่งออกไปยังประเทศที่พัฒนาแล้วที่ได้รับสิทธิพิเศษดังกล่าวมีมูลค่าสูงถึงกว่า 70 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี
  • ความตกลงว่าด้วยสิทธิพิเศษทางการค้าระหว่างประเทศกำลังพัฒนา (Agreement on a Global System of Trade Preferences) หรือ GSTP ตั้งแต่พ.ศ.2532
  • ความตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งรวมถึง โกโก้ กาแฟ น้ำตาล ปอกระเจาและผลิตภัณฑ์ปอกระเจา ไม้เขตร้อน น้ำมันมะกอก และธัญพืช
  • กอง ทุนร่วมเพื่อสินค้าโภคภัณฑ์ เพื่อให้การสนับสนุนทางการเงินสำหรับการคงคลังสินค้าเกษตรระหว่างประเทศและ โครงการวิจัยและพัฒนาที่เกี่ยวข้องกับสินค้าโภคภัณฑ์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2532
  • แนวทางปฏิบัติระหว่างประเทศในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเลื่อนกำหนดการชำระหนี้
  • UN Convention on Code of Conduct for Liner Conference ปี พ.ศ. 2517 และ International Carriage of Goods by Sea ปี พ.ศ. 2521 นอกจากนี้ ผลงานของ UNCTAD ยังมีส่วนสำคัญในการนำไปสู่ข้อตัดสินใจที่สำคัญต่างๆ อาทิ
    1. ความตกลงในการกำหนดเป้าหมายความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการ (ODA) รวมถึงเป้าหมายร้อยละ 0.7 ของ GNP สำหรับประเทศกำลังพัฒนา และเป้าหมายร้อยละ 0.15 สำหรับประเทศที่พัฒนาน้อยที่สุด
    2. จุดเริ่มต้นของ Special Drawing Rights (SDRs) โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ
    3. การลดปัญหาหนี้สินระดับพหุภาคีสำหรับประเทศที่มีหนี้สินล้นพ้นตัว