ฮ่องกงและมาเก๊า กลจักรเศรษฐกิจที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

ฮ่องกงและมาเก๊า กลจักรเศรษฐกิจที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

วันที่นำเข้าข้อมูล 1 พ.ค. 2555

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 5 พ.ย. 2562

| 3,244 view

ฮ่องกงและมาเก๊า กลจักรเศรษฐกิจที่ไม่เคยหยุดนิ่ง



ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ เมืองฮ่องกง
กระทรวงการต่างประเทศ
(
www.mfa.go.th/business และ [email protected])



             ทุกวันนี้ คงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าประเทศยักษ์ใหญ่อย่างจีน กำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอิทธิพลทางเศรษฐกิจมากที่สุดในโลก การติดตามพัฒนาการทางเศรษฐกิจของจีนจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมากในแวดวงเศรษฐกิจในปัจจุบัน ล่าสุด ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ เมืองฮ่องกง ได้รายงานข่าวคราวความคืบหน้าของสองเมืองแนวหน้าด้านเศรษฐกิจจีนที่กำลังรุ่งเรืองไม่หยุดยั้งอย่างฮ่องกงและมาเก๊า ดังต่อไปนี้

             เริ่มต้นข่าวแรกจากเมืองฮ่องกง โดยล่าสุด Economic Intelligence Unit (EIU) ได้จัดอันดับเมืองที่มีศักยภาพด้านการแข่งขันสูงสุดจากทั้งหมด ๑๒๐ เมือง โดยพิจารณาจากปัจจัยด้านต่างๆ อาทิ ความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและการเงิน ทรัพยากรบุคคล และปัจจัยด้านสังคมอื่นๆ ซึ่งผลจากการจัดอันดับปรากฏว่า ฮ่องกงได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองที่มีศักยภาพในการแข่งขันมากเป็นอันดับ ๔ ของโลก รองจากมหานครนิวยอร์ก กรุงลอนดอน และสิงคโปร์

             ยิ่งไปกว่านั้น แรงงานฮ่องกงยังได้รับการจัดอันดับว่าเป็นแรงงานที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในภูมิภาคเอเชีย และหากเปรียบเทียบโดยใช้เกณฑ์สัดส่วนแรงงานในประเทศ ระดับการศึกษา และสุขภาพอนามัยของแรงงาน ฮ่องกงได้รับการจัดอันดับเป็นที่สองรองจากกรุงดับลิน ด้านนาย Leo Abruzzese ผู้อำนวยการด้าน Global Forecasting ของ EIU ให้ความเห็นว่าการพัฒนาเศรษฐกิจโดยเฉพาะเมืองต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียมีพลวัตรมากขึ้น

             นอกจากนี้ ผลสำรวจจากบริษัท DTZ ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้คำปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่าฮ่องกงมีการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและบรรยากาศในการทำธุรกิจที่ดีขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจเช่าอสังหาริมทรัพย์เติบโตอย่างรวดเร็วใน ๒ - ๓ ปีที่ผ่านมา โดยค่าเช่าอาคารสำนักงานในทุกเขตของฮ่องกงในช่วงไตรมาสที่ ๓ ของปี ๒๕๕๔ สูงกว่าค่าเช่าอาคารสำนักงานในช่วงไตรมาสที่ ๒ ของปี ๒๕๕๑ ซึ่งถือเป็นปีที่มีค่าเช่าสูงที่สุด นอกจากนี้ ค่าเช่าอาคารสำนักงานในเขต Central และเขต Admiralty ในช่วงไตรมาสที่ ๔ ของปี ๒๕๕๔ ยังสูงขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี ๒๕๕๓ ร้อยละ ๑๔.๓ ด้วย

             ทางด้านคณะกรรมการการท่องเที่ยวฮ่องกง (Hong Kong Tourism Board) เปิดเผยว่า จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาฮ่องกงในปี ๒๕๕๔ มีจำนวน ๒๘.๑ เพิ่มขึ้นร้อยละ ๒๓.๙ ส่งผลให้ร้านค้าปลีกทั้งของฮ่องกงและต่างชาติขยายตัวอย่างรวดเร็ว ธุรกิจการเช่าร้านค้าปลีกจึงเติบโตตามไปด้วย ทั้งนี้ ผลสำรวจจาก Colliers International พบว่า ในปี ๒๕๕๔ ค่าเช่าร้านค้าปลีกในเขต Causeway Bay, Central และ Tsim Sha Tsui สูงขึ้นร้อยละ ๒๖ ทำให้บริษัทลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ได้ผลกำไรอย่างมาก

             ทางฝั่งมาเก๊ามีข่าวคราวมามาฝากเช่นกัน โดยล่าสุด นาย Francis Tam Pak Yuen รัฐมนตรีเศรษฐกิจและการเงินของมาเก๊าได้ออกมาเปิดเผยว่า รัฐบาลมาเก๊ากำลังเร่งสรุปรายละเอียดด้านการลงทุนที่เป็นผลมาจากกรอบความร่วมมือระหว่างมณฑลกวางตุ้ง - มาเก๊า (Guangdong-Macau Co-Operation Framework Agreement) อาทิ ผลประโยชน์ทางด้านภาษี และหลังจากนั้นรัฐบาลจะเริ่มเฟ้นหานักลงทุนที่จะเข้าไปลงทุนบนเกาะเฮงชิน ซึ่งเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองจูไห่ มณฑลกวางตุ้ง ซึ่งอยู่บริเวณตะวันตกของเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเพิร์ล

             ปัจจุบันได้มีกระแสความตื่นตัวในการพัฒนาเกาะเฮงชินอย่างมาก เนื่องจากนาย Xi Jinping รองประธานาธิบดีจีน ได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อปี ๒๕๕๒ ว่า รัฐบาลจีนได้เห็นชอบให้เร่งพัฒนาเกาะเฮงชินในด้านต่างๆ อาทิ เศรษฐกิจการค้า การศึกษา สิ่งแวดล้อม และการท่องเที่ยว ต่อมารัฐบาลมาเก๊ากับรัฐบาลของมณฑลกวางตุ้งจึงได้มีการหารือถึงรายละเอียดความร่วมมือระหว่างทั้งสองพื้นที่ในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการพัฒนาอุตสาหกรรม การสร้างชุมชนเมือง ความร่วมมือด้านการคมนาคมและด่านศุลกากร

             นาย Tam เผยว่า นักลงทุนจำนวนมากต้องการทราบรายละเอียดเกี่ยวกับผลประโยชน์ที่จะได้รับจากการลงทุนบนเกาะเฮงชิน โดยที่ผ่านมา Macau Trade and Investment Promotion Institute (IPIM) ได้รับข้อเสนอเกี่ยวกับการลงทุนบนเกาะเฮงชินในโครงการที่สำคัญด้านการท่องเที่ยว การพัฒนาแหล่งบันเทิง และสวนอุตสาหกรรม (Industrial Park) การแพทย์แผนจีนโบราณ (Traditional Chinese Medicine: TCM) จำนวนมาก

             ทั้งนี้ ในเดือนมกราคม ๒๕๕๕ รัฐบาลมาเก๊าและเมืองจูไห่ได้จัดตั้งบริษัทพัฒนาสวนอุตสาหกรรมการแพทย์แผนจีนโบราณขึ้น มีมูลค่าการลงทุนทั้งหมด ๑.๒ พันล้านหยวน โดยบริษัทดังกล่าวจะก่อสร้าง ดำเนินกิจการ และบริหารดูแลสวนอุตสาหกรรมการแพทย์แผนจีนโบราณ นอกจากนี้ ยังมีนักลงทุนที่มีศักยภาพด้านวัฒนธรรมและการสร้างภาพยนตร์ให้ความสนใจที่จะลงทุนบนเกาะเฮงชินด้วย

             ปัจจุบัน มาเก๊ายังอยู่ระหว่างการหารือกับมณฑลกวางตุ้งในเรื่องจุดตรวจ (checkpoint) สำหรับบุคคล ยานพาหนะ และสินค้าบริเวณเขตแดนเกาะเฮงชินกับมาเก๊า ซึ่งขั้นตอนและวิธีการจะแตกต่างกันไป ทั้งนี้ การประชุมร่วมระหว่างรัฐบาลมาเก๊ากับมณฑลกวางตุ้งเมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๕๔ ได้วางหลักการในเบื้องต้นไว้ว่า สินค้าที่ส่งไปยังเกาะเฮงชินผ่านทางมาเก๊าจะได้รับการยกเว้นภาษี ยกเว้นกรณีที่สินค้านั้นจะถูกส่งต่อไปจำหน่ายยังพื้นที่อื่นๆในจีน สำหรับสินค้าที่ส่งจากจีนไปยังเกาะเฮงชิน แม้จะไม่รับการยกเว้นภาษี แต่บริษัทจะสามารถขอคืนภาษีได้ ซึ่งนโยบายดังกล่าวต่างจากการส่งสินค้าไปยังพื้นที่ข้างเคียงเขตเศรษฐกิจพิเศษจูไห่ที่ไม่ได้รับสิทธิพิเศษด้านภาษี

             นอกจากนี้ วิสาหกิจบนเกาะเฮงชินที่ประกอบธุรกิจในสาขาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ การท่องเที่ยว การแพทย์แผนจีนโบราณ บริการด้านการเงิน การจัดประชุมและจัดแสดงสินค้า ธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และธุรกิจที่รักษาสิ่งแวดล้อม ยังจะได้รับสิทธิพิเศษด้านภาษีด้วย