วันที่นำเข้าข้อมูล 4 ก.ย. 2555
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 28 มิ.ย. 2564
สถานการณ์การส่งออกสินค้าไทยและโครงการส่งเสริมสินค้าไทยในอิตาลี
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโรม
กรมเศรษฐกิจจะหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ [email protected] หรือ [email protected]
ปัจจุบันภาวะเศรษฐกิจของประเทศอิตาลีนั้นถดถอยอย่างชัดเจนอันเนื่องจากหลายสาเหตุ ทั้งนี้สำนักสถิติแห่งชาติของอิตาลีคาดการณ์ไว้ว่า GDP ของปี ๒๕๕๕ จะหดตัวร้อยละ ๑.๕ และเศรษฐกิจภาพรวมจะยังคงชะลอตัวต่อไปจนถึงสิ้นปี ๒๕๕๖
ขณะนี้รัฐบาลอิตาลียังคงออกมาตรการใหม่ๆ มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา เพื่อช่วยฟื้นฟูการคลังสาธารณะของประเทศ และยังเป็นความพยายามในการดึงตัวเองออกจากศูนย์กลางวิกฤตหนี้ยุโรป แต่ธนาคารแห่งชาติของอิตาลีก็ออกมาเปิดเผยตัวเลขหนี้สาธารณะของประเทศ ว่าสูงถึง ๑.๙๔๙ พันล้านยูโร และยังมีแนวโน้มจะสูงขึ้นต่อไปอีก
อิตาลีเป็นประเทศต่อไปในยูโรโซนที่จะเผชิญวิกฤตหนี้ยุโรป หลังจากที่สเปนเข้ารับเงินช่วยเหลือจากกองทุนของสหภาพยุโรปเพื่อการแก้ปัญหาทางการเงินในประเทศแล้ว แต่คาดว่าอิตาลีน่าจะขอเข้าโครงการความช่วยเหลือและกู้เงินจากสหภาพยุโรปเป็นรายถัดไป ขณะนี้อิตาลีกำลังเผชิญกับความกดดันครั้งใหญ่ เนื่องจากทุกครั้งที่ขอกู้เงินก้อนใหม่ธนาคารกลางก็จำเป็นต้องปรับอัตราดอกเบี้ยให้สูงขึ้นทุกครั้ง ซึ่งการขอความช่วยเหลือจากอียูครั้งนี้ก็อาจจะถือเป็นการยกระดับวิกฤตหนี้สินของยุโรปให้อยู่ในระดับที่รุนแรงกว่าเดิมอีก
ปัญหาเศรษฐกิจของสเปนและอิตาลีนั้นแตกต่างกัน เพราะอิตาลีมิได้มีปัญหาในภาคอสังหาริมทรัพย์และปัญหาหนี้เสียในภาคการธนาคารเหมือนกับสเปน แต่ปัญหาเศรษฐกิจถดถอยของอิตาลีนั้นกลับมาจากมาตรการรัดเข็มขัดของรัฐบาลมอนติ แต่โดยภาพรวมแล้วอิตาลีสามารถจัดการกับวิกฤตเศรษฐกิจได้ดีกว่าสเปน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตัดงบประมาณ นอกจากนี้สภาพเศรษฐกิจของอิตาลียังมีความได้เปรียบกว่าสเปนอย่างมากจากโครงสร้างพื้นฐานด้านอุตสาหกรรมที่มีความสามารถแข่งขันได้ในระดับโลก ทำให้นักวิเคราะห์หลายคนเชื่อว่าอิตาลีอาจจะฟื้นตัวได้เองโดยไม่ต้องอาศัยเงินพึ่งพาจากอียู
จากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของอิตาลี ที่ GDP ลดลงอย่างต่อเนื่อง กระทบความเชื่อมั่นของผู้บริโภค อัตราการใช้จ่ายในครัวเรือน ยอดขายปลีก คำสั่งซื้อของภาคอุตสาหกรรม การรวมทั้งอัตราการว่างงานที่เพิ่มขึ้นของในอิตาลี ส่งผลให้อิตาลีสั่งสินค้านำเข้าจากประเทศไทยลดลงถึงร้อยละ -๒๔.๑๖ จากปี ๒๕๕๔ โดยสินค้า ๕ อันดับแรกนำเข้าได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก เช่น อัญมณีเครื่องประดับ ลดลงร้อยละ -๘.๘๕ เนื่องจาก ราคาอัญมณีเพิ่มขึ้นและสิทธิประโยชน์ทางการค้าระหว่างสหภาพยุโรปทำให้มีการนำเข้าจากประเทศในกลุ่มมากขึ้น นอกจากนั้นบริษัทผลิตเครื่องปรับอากาศในอิตาลีย้ายฐานการผลิตไปยังจีนมากขี้น ทำให้จีนครองตลาดเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องกับยางพาราก็มีแนวโน้มลดลง เนื่องจากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น และค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษารถยนต์ ทำให้คนอิตาลีหันมาใช้จักรยานหรือ จักรยานยนต์แทน บวกกับอิตาลีนำเข้ายางพาราจากทั่วโลก โดยไทยครองตลาดถึงอันดับที่ ๑๐
จากข้อมูลดังกล่าว จะเห็นได้ว่าสินค้าส่งออกของไทยมายังอิตาลี ๔ ใน ๕ รายการหลักมีมูลค่าลดลงเนื่องด้วยปัจจัยภายในของอิตาลีเป็นหลัก แต่สินค้าประเภทอาหารทะเล อาหารกระป๋องและแปรรูปของไทยยังรักษาและครองตลาดในอิตาลีได้อยู่
เพื่อเป็นการส่งเสริมตลาดและภาพลักษณ์ที่ดีของสินค้าอาหารไทย ทีมประเทศไทยโดยสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโรม ยังได้เป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายอาหารไทยในอิตาลีภายใต้ชื่องาน “Enjoy the taste of Thailand” เพื่อประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการขายอาหารประเภท Ready to eat ที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการในตลาดอาหารอิตาลี โดยใช้ความประณีตพิถีพิถันในการปรุงอาหารเพื่อให้มีรสชาติกลมกล่อม นอกจากนี้ภายในงานยังมีการจัดแสดงการสาธิตการแกะสลักผักและผลไม้ไทย รวมไปถึงการแสดงวัฒนธรรมไทยอีกด้วย เนื่องจากอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ปลา ปลาหมึก กุ้งสด กุ้งแช่เย็น และกุ้งแช่แข็ง นอกจากสินค้าประเภทอาหารแล้ว ยังประชาสัมพันธ์รวมไปถึงรถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ และรถจักรยาน อีกทั้งอาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกของไทยไปยังอิตาลีที่คาดว่าจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ภายในสภาวะเศรษฐกิจอิตาลีที่กำลังถดถอยปัจจุบัน
วันทำการ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)