วันที่นำเข้าข้อมูล 14 ก.ย. 2555
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 5 พ.ย. 2562
สินค้าไทยที่มีศักยภาพในปากีสถาน
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอิสลามาบัด
กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ [email protected] หรือ [email protected]
ปัจจุบันไทยให้ความสำคัญกับปากีสถานในฐานะตลาดส่งออกที่มีศักยภาพ ประกอบกับปากีสถานสนใจที่จะขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับไทย ทำให้ทั้งสองฝ่ายมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและศึกษาเกี่ยวกับสภาวะและแนวโน้มทางเศรษฐกิจ ระบบภาษี และอัตราค่าธรรมเนียมการค้าในระดับพหุภาคีและทวิภาคี และแลกเปลี่ยนผลการวิเคราะห์ข้อมูลของการค้าทวิภาคีในรอบ ๕ ปีที่ผ่านมา เพื่อคัดเลือกตัวสินค้าที่จะเป็นประโยชน์ร่วมกันและส่งเสริมกันในการเปิดการค้าเสรีระหว่างกัน ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอิสลามาบัด ได้รายงานชื่อสินค้าไทยที่มีศักยภาพในตลาดปากีสถาน ๓ รายการ ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ น้ำผลไม้ และผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูป
จากสถิติมูลค่าการส่งออกจากไทยไปยังปากีสถานในปี ๒๕๕๔ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ มีมูลค่าการส่งออกถึง ๑๖๒,๕๔๒,๘๑๑ ดอลลาร์สหรัฐฯ และมีแนวโน้มมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ ทั้งนี้เนื่องจากอุตสาหกรรมยานยนต์ในปากีสถานมีขนาดเล็ก อีกทั้งยังมีศักยภาพและเทคโนโลยีในการผลิตยังไม่สูงนัก จึงต้องนำเข้ารถยนต์จากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่เป็นรถญี่ปุ่นที่มีเครื่องยนต์ขนาดเล็ก ในขณะที่ประเทศไทยนั้นมีศักยภาพและเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ในภูมิภาคเอเชีย จึงสามารถเจาะตลาดปากีสถานได้ด้วยเครื่องยนต์ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า
สินค้าที่มีศักยภาพของไทยที่ส่งออกไปยังปากีสถานที่มีมูลค่าสูงรองลงมาคือ ผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูป คิดเป็นเงิน ๓,๐๓๔,๘๖๙ ดอลลาร์สหรัฐฯ จากสถิติปี ๒๕๕๔ เนื่องจากปากีสถานมีประชากรเป็นจำนวนมาก และเป็นตลาดอาหารขนาดใหญ่ แต่ยังไม่มีเทคโนโลยีในการแปรรูปและบรรจุอาหารที่ก้าวหน้าเพียงพอกับจำนวนประชากร และยังไม่สามารถถนอมอาหารไว้รับประทานในระยะยาวได้ สินค้าผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปจึงเป็นที่ต้องการสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เครื่องปรุงรส เครื่องดื่มชูกำลัง อาหารสัตว์ ปลาซาร์ดีน ทูน่ากระป๋อง และผลไม้กระป๋องโดยเฉพาะสับปะรดและลิ้นจี่ เนื่องจากสินค้าไทยมีคุณภาพสูงและรสชาติดีกว่าสินค้านำเข้าจากประเทศอื่นๆ แต่ในปัจจุบันปากีสถานต้องนำเข้าสินค้าไทยจากดูไบ สาเหตุที่ผู้นำเข้าชาวปากีสถานไม่นำเข้าสินค้าจากประเทศไทยโดยตรง เนื่องจากมีอุปสรรคทางการค้าระหว่างกันเล็กน้อย อาทิ นักธุรกิจไทยยังคงหวั่นเกรงสถานการณ์ความไม่สงบและการก่อการร้ายภายในปากีสถาน ทั้งที่สถานการณ์มีพัฒนาการในเชิงบวกอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งรัฐบาลปากีสถานมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดมากขึ้น
นอกจากผลไม้กระป๋องที่เป็นที่นิยมแล้ว สินค้าประเภทน้ำผลไม้ก็มีโอกาสดี เนื่องจากเป็นเครื่องดื่มที่ไม่ขัดต่อหลักศาสนาอิสลาม ชาวปากีสถานนิยมดื่มในช่วงฤดูร้อน เพื่อให้ความสดชื่น น้ำผลไม้ไทยที่ชาวปากีสถานนิยมดื่มกันคือ ยี่ห้อชบาและมาลี โดยมีมูลค่าการส่งออกรวมถึง ๑,๐๑๕,๓๙๑ ดอลล่าร์สหรัฐ แต่เนื่องจากปากีสถานนำเข้าน้ำผลไม้ไทยจากดูไบ ทำให้มีราคาสูงกว่าสินค้าประเภทเดียวกันจากประเทศอื่น ผู้ประกอบการปากีสถานจึงต้องการนำเข้าหรือร่วมก่อตั้งโรงงานผลิตน้ำผลไม้กับไทยในรูปแบบกิจกรรมร่วมการค้า เพื่อเป็นการผลักดันเพิ่มมูลค่าการค้าอีกด้วย
จากมูลค่าส่งออกไปยังปากีสถานที่มากขึ้น สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอิสลามาบัด จึงมีข้อเสนอแนะในการผลักดันการนำเข้าสินค้าจากไทยโดยตรง โดยเสนอให้นักธุรกิจทั้งสองประเทศมีความเข้าใจข้อเท็จจริงและไว้วางใจต่อสถานการณ์ภายในปากีสถาน นอกจากนั้นสถานเอกอัครราชทูตยังได้ร่วมกับทีมประเทศไทยตั้งเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการส่งออกสินค้าดังกล่าวให้ได้ร้อยละ ๒๐ ในปี ๒๕๕๖ โดยส่งเสริมให้มีการหารือและจับคู่ทางธุรกิจระหว่างไทยและปากีสถาน นอกจากนั้นยังจัดให้มีโครงการเพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าไทยทั้งในรูปแบบการสาธิตการทำอาหารไทย จัดแสดงสินค้า รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ในสื่อมวลชนท้องถิ่น เพื่อให้ชาวปากีสถานรู้จักสินค้าไทยมากขึ้น
วันทำการ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)