สินค้าไทยที่มีศักยภาพในชิลี ปานามา คอสตาริกา และเอลซัลวาดอร์

สินค้าไทยที่มีศักยภาพในชิลี ปานามา คอสตาริกา และเอลซัลวาดอร์

วันที่นำเข้าข้อมูล 26 ธ.ค. 2555

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 5 พ.ย. 2562

| 2,980 view

สินค้าไทยที่มีศักยภาพในชิลี ปานามา คอสตาริกา และเอลซัลวาดอร์


สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงซานติอาโก
กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ [email protected] หรือ [email protected]

 

 

            กระทรวงการต่างประเทศได้รับรายงานจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงซานติอาโก แจ้งรายการสินค้าไทยที่มีศักยภาพในชิลี และประเทศในเขตอาณาของสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้แก่ ปานามา คอสตาริกา และเอลซัลวาดอร์ จำนวน ๔ รายการ  ดังนี้

           ยานยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เป็นสินค้าที่มีราคาต่อหน่วยสูง และยังมีศักยภาพในการเพิ่มมูลค่าการส่งออกได้อีก โดยเฉพาะในชิลีที่มีความต้องการรถกระบะสูงมาก เนื่องจากมีการทำอุตสาหกรรมเหมืองมาก และมีการขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับสินค้าไทยมีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับในตลาดชิลี และประเทศอื่น ๆ ข้างต้นเป็นอย่างมาก โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ ร่วมกับทีมประเทศไทย ตั้งเป้าหมายว่าจะเพิ่มมูลค่าการส่งออกยานยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ให้ได้ร้อยละ ๕๐ ภายในปี ๒๕๕๗

           อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป โดยเฉพาะสินค้าทูน่ากระป๋อง เนื่องจากเก็บได้นานและราคาไม่แตกต่างจากสินค้าท้องถิ่นและที่นำเข้าจากประเทศอื่นมากนัก  โดยสินค้าทูน่าของไทยที่ขายในท้องตลาดจะอยู่ภายใต้ตราสินค้าของประเทศเจ้าบ้านเป็นหลัก ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตฯ ตั้งเป้าที่จะพยายามผลักดันมูลค่าการส่งออกในชิลีและประเทศในเขตอาณาอื่น ๆ ให้เพิ่มขึ้นร้อยละ ๓๐ ภายในปี ๒๕๕๗

           ผลิตภัณฑ์ยาง เนื่องจากสภาพอากาศบริเวณนี้ไม่เหมาะสมแก่การเพาะปลูกยางพารา จึงจำเป็นต้องมีการนำเข้ายาง โดยจะนำไปแปรรูปเป็นสินค้าประเภทต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการบริโภคภายในประเทศที่มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ กำหนดเป้าหมายที่จะเพิ่มมูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์ยางอยู่ที่ร้อยละ ๓๐

ปูนซิเมนต์ โดยที่อุตสาหกรรมก่อสร้าง อาคารพาณิชย์ และที่อยู่อาศัย ทั้งในชิลีและอเมริกากลาง กำลังเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะปานามา ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับการก่อสร้างและปรับปรุงสาธารณูปโภคพื้นฐานของประเทศ ทำให้มีความต้องการปูนซิเมนต์สูงมาก โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ กำหนดเป้าหมายการเติบโตด้านมูลค่าไว้อยู่ที่ร้อยละ ๓๐

           ในการนี้ เพื่อผลักดันส่งเสริมสินค้าไทยที่มีศักยภาพตามสาขาเหล่านี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ เห็นว่า ฝ่ายไทยน่าจะดำเนินการ ดังนี้  ๑) ควรผลักดันการเจรจา FTA ไทย-ชิลี ให้บรรลุการลงนามและมีผลบังคับใช้โดยเร็ว ทั้งนี้ รวมถึงการเร่งประชาสัมพันธ์ข้อมูลและประโยชน์ที่ไทยจะได้รับจากการบรรลุความตกลงฉบับนี้ เพื่อที่ผู้ประกอบการจะสามารถได้รับประโยชน์สูงสุดจากความตกลง FTA ฉบับดังกล่าว ขณะเดียวกัน ฝ่ายไทยควรส่งเสริมการค้ากับประเทศอื่น ๆ ในเขตอาณาฯ ด้วยการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจและเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับศักยภาพที่จะร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างกัน อาทิ การเข้าร่วมงานแสดงสินค้าและแลกเปลี่ยนการเยี่ยมชมโรงงานผลิตสินค้ากันระหว่างผู้ประกอบการของทั้งสองประเทศ
 

เอกสารประกอบ

articles-20121226-141217-298723.pdf