วันที่นำเข้าข้อมูล 26 ธ.ค. 2555
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 5 พ.ย. 2562
ความเชื่อมโยงของเศรษฐกิจเวียดนามกับเศรษฐกิจโลก
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย
กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ [email protected] หรือ [email protected]
กระทรวงการต่างประเทศได้รับรายงานจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย เกี่ยวกับแนวโน้มการลงทุนของต่างชาติในเวียดนามและความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจเวียดนามในตลาดโลกทั้งที่เกี่ยวกับความร่วมมือทางเศรษฐกิจของเวียดนามกับไทย บทบาทของเวียดนามด้านการส่งเสริมการลงทุน ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง และความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจเวียดนามของคู่ค้ารายสำคัญ
ผู้ประกอบการไทยและเวียดนามต่างเล็งเห็นถึงศักยภาพที่จะกระชับและขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างกันให้เพิ่มมากขึ้น โดยด้านการลงทุน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยตระหนักถึงข้อได้เปรียบของเวียดนามซึ่งมีตลาดขนาดใหญ่และทรัพยากรมนุษย์ที่มีศักยภาพ ในขณะที่นายเหงียน เถ หุ่ง รองประธานสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมเวียดนามสาขานครโฮจิมินห์ ได้ระบุถึงการที่ผู้ประกอบการเวียดนามกำลังมองหาช่องทางความร่วมมือกับนักธุรกิจไทย ทั้งนี้ ไทยและเวียดนามมีความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างกันในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง เครื่องดื่ม อาหารทะเล สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม เภสัชกรรม และสินค้าอุปโภคบริโภค ส่วนด้านการค้า ก็มีความสำคัญไม่ต่างจากกัน โดยในปี ๒๕๕๔ ไทยและเวียดนามมีมูลค่าการค้ารวมอยู่ที่ ๘ พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๑
ปัจจุบันทางการเวียดนามมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติอย่างจริงจัง ซึ่งรวมถึง การที่รัฐบาลเวียดนามได้สนับสนุนมติของที่ประชุมความร่วมมือระหว่างกลุ่มประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงซึ่งเวียดนามเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นที่ จ. ดั๊กลัก โดยเห็นควรให้มีการยกเลิกการกีดกันการลงทุนและหันมาสนับสนุนการลงทุนในภูมิภาคให้มากขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและการลงทุนในพื้นที่ ๓ เหลี่ยมแห่งการพัฒนาที่ประกอบด้วย เวียดนาม ลาว และกัมพูชา เพื่อดึงดูดยอดเงินลงทุนจากต่างประเทศและเงินทุนเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการ (ODA) ในพื้นที่ดังกล่าว นอกจากนี้ เวียดนามให้ความสำคัญกับการรักษาและเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับคู่ค้าดั้งเดิมที่สำคัญ ดังเห็นจากการที่เวียดนามและรัสเซียตั้งเป้ามูลค่าการค้าทวิภาคีไว้ที่ ๗ พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี ๒๕๕๘
อย่างไรก็ดี จากผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจของ EuroCham ระบุว่า ความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจในเวียดนามของบรรดาผู้ประกอบการชาวยุโรปนั้นลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงไตรมาสที่ ๔ ของปี ๒๕๕๕ ดังชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจของเวียดนามปรับตัวลดลงต่ำสุดถึง ๔๕ จุด ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากต้นทุนการประกอบธุรกิจที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากการดำเนินนโยบายของทางการเวียดนามเพื่อตอบรับกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ด้วยการกำหนดมาตรการจัดเก็บภาษีและการปรับขึ้นอัตราค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ประกอบกับนักลงทุนบางส่วนมีความกังวลกับปัญหาแรงงาน ลิขสิทธิ์ กฎหมายด้านภาษี และการเพิ่มมาตรการการตรวจสอบ นอกจากนี้ ความกังวลต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในสหภาพยุโรปก็มีส่วนต่อสถานะการลงทุนของผู้ประกอบการยุโรปในเวียดนามด้วย ถึงกระนั้นก็ตาม มีการคาดการณ์ว่าการลงนามเขตการค้าเสรีเวียดนาม - สหภาพยุโรป จะสามารถส่งผลให้เวียดนามยกระดับคุณภาพในการแข่งขันทางธุรกิจ และสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการลงทุนได้มากยิ่งขึ้น
วันทำการ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)