ไทยได้รับการจัดอันดับเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความมั่งคั่งอันดับปานกลางค่อนข้างสูง
ไทยได้รับการจัดอันดับเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความมั่งคั่งอันดับปานกลางค่อนข้างสูง
วันที่นำเข้าข้อมูล 18 ม.ค. 2556
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 30 พ.ย. 2565
ไทยได้รับการจัดอันดับเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความมั่งคั่งอันดับปานกลางค่อนข้างสูง
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ / คณะผู้แทนไทยประจำสหภาพยุโรป
กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ [email protected] หรือ interecon๐๒@mfa.go.th
ด้วยกระทรวงการต่างประเทศได้รับรายงานจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ ว่า Legatum Institute (LI) ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยนโยบายสาธารณะเพื่อสนับสนุนสังคมที่มีเสรีและมั่งคั่งทัวโลก ได้นำเสนออันดับดัชนีความมั่งคั่ง (Prosperity Index) ของประเทศต่าง ๆ ประจำปี ค.ศ. ๒๐๑๒ โดยระบุว่า ความมั่งคั่งของโลกในปี ค.ศ. ๒๐๑๒ เพิ่มขึ้นทุกภูมิภาค ถึงแม้ว่าจะมีวิกฤตเศรษฐกิจและการเมือง แต่ในด้านความปลอดภัยและความมั่นคงกลับลดลง
ประเด็นที่น่าสนใจจากการจัดอันดับในปีนี้ ได้แก่ ลำดับความมั่งคั่งของสหรัฐฯ ซึ่งลงไปอยู่ลำดับ ๑๒ โดยเป็นครั้งแรกที่สหรัฐฯ ไม่ได้อยู่ในกลุ่ม ๑๐ ประเทศแรกที่มีความมั่งคั่งสูงสุดของโลก ส่วนหลายประเทศในเอเชียได้รับการจัดอันดับความมั่งคั่งในลำดับที่สูงขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเวียดนาม ไทย และมาเลเซีย ซึ่งกำลังมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ ไทยมีความมั่งคั่งอยู่ในอันดับที่ ๕๖ ซึ่งถือเป็นกลุ่มอันดับปานกลางค่อนข้างสูง และมีการพัฒนาที่ชัดเจนสำหรับดัชนีย่อยด้าน ๑) เศรษฐกิจ (ลำดับ ๑๘) และ ๒) ทุนทางสังคม (ลำดับที่ ๑๙) แต่ยังคงต้องพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นในส่วนของดัชนีย่อยด้าน ๑) เสรีภาพส่วนบุคคล (อันดับ ๑๑๙) และ ๒) ความปลอดภัยและความมั่นคง (อันดับ ๙๙) ส่วนประเทศเอเชียอื่นซึ่งได้รับการจัดอันดับความมั่งคั่งในกลุ่มอันดับสูง ได้แก่ ฮ่องกง (๑๘) สิงคโปร์ (๑๙) ไต้หวัน (๒๐) ญี่ปุ่น (๒๒) เกาหลีใต้ (๒๗) UAE (๒๙)
ในโอกาสนี้ เอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ ได้รับเชิญให้กล่าวสุนทรพจน์ปิดท้ายการนำเสนอดัชนีความมั่งคั่งดังกล่าว โดยระบุว่า เอเชียมิได้มั่งคั่งไปกว่ายุโรป แต่หากสามารถรักษาระดับการเติบโต เช่นที่ผ่านมา และคงความสามารถในการฟื้นตัวจากวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นเป็นระยะ ๆ ได้ ก็เป็นไปได้ว่า ภายในปี ค.ศ. ๒๐๕๐ GDP ของเอเชียจะสูงถึงครึ่งหนึ่งของ GDP โลกตามการคาดการณ์ของ ADB และ Human Development Index จะใกล้เคียงกับมาตรฐานของยุโรปและสหรัฐฯ ขณะนี้ ทั้งนี้ ก่อนการกล่าวสุนทรพจน์ เอกอัครราชทูตฯ ได้แสดงความเห็นว่า ไม่น่าจะเป็นไปได้ต่อการที่ไทยได้รับการจัดอันดับเรื่องเสรีภาพค่อนข้างต่ำ เนื่องจากไทยปกครองในระบบประชาธิปไตยและมีรัฐธรรมนูญที่ประกันเสรีภาพของประชาชนอย่างสูง โดยระบุว่า แบบสอบถามการจัดทำดัชนีความมั่งคั่งของ LI มีส่วนให้เกิดความคลาดเคลื่อน เนื่องจากไม่สะท้อนความแตกต่างด้านวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ และเสนอให้ LI ปรับปรุงแบบสอบถามและการประเมินดัชนีความมั่งคั่วโดยนำแนวคิดตะวันออกมาใช้ ได้แก่ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและแนวคิดของนักคิดเอเชียอื่น ๆ
อนึ่ง ผลการวิจัยดัชนีความมั่งคั่งของ LI ประเมินจาก ๑) ความร่ำรวยทางวัตถุ และ ๒) ความรู้สึกส่วนบุคคลปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ โดยแบ่งเป็นดัชนีย่อยด้านเศรษฐกิจ โอกาสและentrepreneurship การปกครอง การศึกษา สุขภาพ ความปลอดภัยและความมั่นคง เสรีภาพส่วนบุคคล และทุนทางสังคม โดยมีการชี้ว่า ระบบการปกครองที่ตรวจสอบได้ และ entrepreneurship รวมทั้งความอดทนอดกลั้น (tolerance) ต่อคนต่างชาติและชนกลุ่มน้อย เป็นปัจจัยสำคัญต่อความมั่งคั่ง ซึ่งจะส่งผลสำคัญต่อการจัดอันดับ ที่เป็นการรวบรวมข้อมูลจาก ๑๔๒ ประเทศ ครอบคลุมร้อยละ ๙๖ ของประชากรโลก และ ร้อยละ ๙๙ ของ GDP โลก
กระทรวงการต่างประเทศ
วันทำการ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)