แอฟริกาใต้: ตลาดใหม่มาแรง

แอฟริกาใต้: ตลาดใหม่มาแรง

วันที่นำเข้าข้อมูล 27 ก.พ. 2556

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 2 มี.ค. 2564

| 7,229 view

แอฟริกาใต้: ตลาดใหม่มาแรง


สถานเอกอัครราชทูต ณ พริทอเรีย
กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ [email protected] หรือ [email protected]

 

           แอฟริกาใต้มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในทวีปแอฟริกา โดยครองสัดส่วนประมาณร้อยละ ๒๕ ของทั้งทวีป ทั้งนี้แอฟริกาใต้เป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทยในทวีปแอฟริกา และไทยก็เป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของแอฟริกาในภูมิภาคอาเซียน

           จากสถิติการค้าพบว่า การค้าระหว่างทั้งสองประเทศเพิ่มขึ้น และต่างปรับอันดับเพิ่มขึ้นทั้งสองฝ่าย อย่างไรก็ดี ไทยยังคงเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้ากับแอฟริกาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ อัตราการขยายตัวของมูลค่าการค้ารวมระหว่างไทยกับแอฟริกา ขยายตัวร้อยละ ๓๒.๑๘ เทียบกับปี ๒๕๕๔

           แอฟริกาใต้ถือเป็นศูนย์กลางทางด้านธุรกิจของทวีปแอฟริกา โดยเมื่อปี ๒๕๕๔ แอฟริกาใต้เพิ่งจะเข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่ม BRICS ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่เป็นตลาดใหม่ที่สำคัญของโลก รวมถึงยังเป็นสมาชิกกลุ่ม G-20 อยู่ในปัจจุบันด้วย

           นอกจากนี้ แอฟริกาใต้ยังเป็นประเทศที่อุดมไปด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติและแร่ธาตุหลายชนิด ได้แก่ ถ่านหิน แพลทตินัม ทองคำ แร่เหล็ก แมงกานีส ยูเรเนียม และโครเมียม โดยนอกจากทรัพยากรทางธรรมชาติแล้ว แอฟริกายังมีภูมิทัศน์ที่สวยงาม จนเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญหลายแห่ง และกลายเป็น ๑ ใน ๕ ประเทศที่มีอัตราการขยายตัวของการท่องเที่ยวในระดับสูง โดยเมืองเคปทาวน์ได้รับรางวัลเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมที่สุดของโลกในปี ๒๐๑๑
           เนื่องจากภูมิยุทธศาสตร์ที่สำคัญ ทำให้แอฟริกาใต้กลายเป็นท่าเรือและจุดแวะพักของเรือขนส่งสินค้า ที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก นอกจากนี้ โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นท้องถนน หรือรางรถไฟ ต่างก็มีความทันสมัย พร้อมต่อการรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในอนาคต ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมการลงทุน รัฐบาลแอฟริกาใต้ได้ให้สิทธิพิเศษแก่นักลงทุนต่างชาติในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาษีรายได้ ภาษีศุลกากร การนำเข้าเครื่องจักร วัตถุดิบ และการอำนวยความสะดวกในการส่งออกไปยังประเทศที่สามด้วย

           ในแง่ของความร่วมมือระหว่างประเทศ ปัจจุบัน แอฟริกาใต้เป็นส่วนหนึ่งของเขตการค้าเสรีของกลุ่มประชาคมเพื่อการพัฒนาแห่งภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ (SADC) และบรรลุข้อตกลงว่าด้วยการจัดตั้งเขตการค้าเสรีระหว่างแอฟริกาใต้และสหภาพยุโรป ตลอดจนอยู่ระหว่างการเจรจาจัดตั้งเขตเสรีการค้ากับสหรัฐอเมริกา ซึ่งข้อตกลงเหล่านี้จะเป็นโอกาสที่เปิดกว้างให้กับนักลงทุนที่ต้องการเข้าไปลงทุนในแอฟริกาใต้

           อย่างไรก็ดี แอฟริกาใต้ยังคงประสบกับปัญหาการกระจายรายได้ระหว่างคนรวยซึ่งเป็นคนผิวขาว และคนจนซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนท้องถิ่นผิวดำ ทำให้ยังคงมีระดับการก่ออาชญากรรมค่อนข้างสูง ทั้งยังมีกลุ่มบริษัทใหญ่ผูกขาดธุรกิจทุกชนิดภายในประเทศอยู่เพียง ๔ บริษัท (ได้แก่ Shoprite/Checkers, Pick n’ Pay, Spar และ Woolworth) ทำให้นักธุรกิจไทยต้องหาช่องทางการเจาะตลาดแอฟริกาใต้ผ่านบริษัทเหล่านี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นอกจากนี้ ยังมีข้อจำกัดเกี่ยวกับความรู้เรื่องตลาดและกฎหมายส่งเสริมการลงทุนของแอฟริกาใต้อีกด้วย

           ปัจจุบันแอฟริกาใต้ยังคงประสบกับปัญหาการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในภาคการเกษตรของรัฐบาล โดยอุตสาหกรรมเหมืองแร่ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจแอฟริกาใต้ก็มีความเสี่ยงสูงจากการประท้วงขึ้นค่าแรงอย่างที่เคยเกิดขึ้นหลายครั้งเมื่อปีที่แล้ว อันก่อให้เกิดภาวะชะงักงันทางเศรษฐกิจตามมา
ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพริทอเรีย กำลังเริ่มดำเนินการเพิ่มคอลัมน์ข้อมูลเชิงลึกด้านเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุนในแอฟริกาใต้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย ในหน้าเว็บต์หลักของสถานเอกอัครราชทูต ท่านสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารต่างๆในแอฟริกาใต้ ได้ที่ www.thaiembassy.co.za

 

เอกสารประกอบ

articles-20130227-113201-538784.pdf