โฆษณาออนไลน์ฉายแววสดใสในอินเดีย

โฆษณาออนไลน์ฉายแววสดใสในอินเดีย

วันที่นำเข้าข้อมูล 8 ส.ค. 2556

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 5 พ.ย. 2562

| 3,069 view

                                                                   

                                                                สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองมุมไบ

                                                                กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ  กระทรวงการต่างประเทศ
                                                                อีเมล์ [email protected] หรือ [email protected]

            ปัจจุบัน “สื่อดิจิตอล” ในโฆษณาออนไลน์เป็นช่องทางที่สะดวก รวดเร็ว ราคาถูก สามารถแบ่งปันข้อความ รูปภาพ และเสียงได้อย่างไม่จำกัด รวมทั้งยังเข้าถึงกลุ่มมวลชนได้อย่างกว้างขวางกว่าการโฆษณาทางสื่อสิ่งพิมพ์ เช่น หนังสือพิมพ์ นิตยสาร และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น วิทยุ โทรทัศน์
            เมื่อมองไปยังประเทศอินเดียซึ่งเป็นประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับ ๒ ของโลกรองจากจีนแผ่นดินใหญ่พบว่า แนวโน้มของการโฆษณาออนไลน์กำลังเจริญเติบโตขึ้นทุกขณะนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๔ จากการสำรวจยอดผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในอินเดียพบว่า มีจำนวนผู้ใช้มากกว่า ๑๐๐ ล้านคน ใช้ Google มากถึง ๑๒๕ ล้านคน ใช้ Facebook ถึง ๗๕ ล้านคน รวมไปถึงยอดผู้ชมวิดีโอบนอินเทอร์เน็ตที่มีถึง ๔๓ ล้านคนต่อเดือน ในอนาคตคาดว่าจะมีจำนวนผู้ชมวิดีโอบนอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นถึง ๖ เท่า ภายในปี ๒๕๕๙ เพราะคนส่วนใหญ่ในประเทศหันมาใช้สื่อสังคมออนไลน์ (social media) เช่น Facebook Twitter Google ฯลฯ กันเป็นจำนวนมาก
            แม้ว่าในปัจจุบันการโฆษณาผ่านทางสื่อโทรทัศน์ยังครองอันดับ ๑ ในอินเดีย แต่กำลังมีสื่อดิจิตอลที่เปรียบเสมือนสื่อม้ามืดที่เริ่มเข้ามามีอิทธิพลบ้างแล้ว โดยบริษัทต่างๆ ได้หันมาใช้สื่อโฆษณาออนไลน์แทนสื่อโทรทัศน์ สาเหตุหลักมาจากข้อจำกัดของสื่อโทรทัศน์ที่นับวันจะมีเพิ่มมากขึ้น ดังนี้
            ประการแรก คือ ผู้กำกับกิจการโทรคมนาคมของอินเดีย (Telecom Regulatory Authority of India – TRAI) ได้จำกัดเวลาโฆษณาผ่านทางโทรทัศน์เพียง ๑๒ นาทีต่อรายการโทรทัศน์ ๑ ชั่วโมง
            ส่วนข้อจำกัดอีกประการหนึ่ง คือ ผู้ชมโทรทัศน์มักจะเปลี่ยนช่องระหว่างที่มีการฉายโฆษณาคั่นรายการ เพราะไม่ต้องการจะรับชมโฆษณาทางโทรทัศน์
            เมื่อสำรวจตลาดอิเล็กทรอนิกส์พบว่า ชาวอินเดียนิยมซื้อ tablets มาใช้ส่วนตัว ทำให้ปริมาณยอดขาย tablets ในอินเดียพุ่งสูงขึ้นถึง ๕ เท่าเมื่อเทียบกับยอดขายปีที่แล้ว ในขณะที่ปริมาณความต้องการสินค้า (อุปสงค์) ของคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะจะเหลือเพียงแค่นำมาใช้ในหน่วยงานและสถาบันต่างๆ เท่านั้น ทำให้ยอดขายคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะตกลงไปถึงร้อยละ ๑๔ ในช่วงเดือนมกราคม ๒๕๕๖ – มีนาคม ๒๕๕๖   
            มาถึงตรงนี้ ภาคเอกชนไทยที่สนใจบุกตลาดอินเดียอาจนำสื่อออนไลน์ไปใช้ในการโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์ธุรกิจ/สินค้ามากขึ้น เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างกว้างขวาง รวดเร็ว และเสียค่าใช้จ่ายน้อยลง หรืออาจใช้ประโยชน์จากสื่อออนไลน์ในการทำวิจัยตลาดอินเดียเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นคนรุ่นใหม่ของอินเดียมากขึ้น
 

         

                                                                        

เอกสารประกอบ

articles-20130808-174138-546608.pdf