ผู้ส่งออกผลไม้ไทย รุกตลาดอินเดีย

ผู้ส่งออกผลไม้ไทย รุกตลาดอินเดีย

วันที่นำเข้าข้อมูล 13 ส.ค. 2556

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 5 พ.ย. 2562

| 8,236 view

                      

 

                                                              สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี
                                                              กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ  กระทรวงการต่างประเทศ
                                                              อีเมล์ [email protected] หรือ [email protected]

             ผู้ส่งออกผลไม้ไทยเตรียมรุกตีตลาดอินเดีย จากการสำรวจตลาดผลไม้ในแดนภารตะพบคนอินเดียชื่นชอบลำไย มังคุด เงาะ และชมพู่ หวังร่วมกับสถานทูตไทยที่อินเดียแก้ปัญหาส่งออกผลไม้ไทย
            เมื่อวันที่ ๒๖ – ๒๗ มิถุนายนที่ผ่านมา ผู้จัดการใหญ่และผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจบริษัท สวิฟต์ จำกัด ได้เดินทางไปอินเดียเพื่อพบปะกับผู้ค้าปลีกและผู้นำเข้าผลไม้รายใหญ่ของอินเดีย ได้แก่ บริษัท Future Group และบริษัท Reliance Retail เพื่อสร้างเครือข่ายธุรกิจและเปิดโอกาสให้บริษัทฯ ได้รับความรู้เกี่ยวกับตลาดอินเดียเพิ่มเติม โดยการเดินทางไปอินเดียดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากสถานเอกอัครราชทูตสถานกงสุลใหญ่ของไทยประจำอินเดีย และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ณ เมืองมุมไบ ซึ่งดำเนินการเพื่อต่อยอดนโยบาย ๑ ทูต ๓ ผลิตภัณฑ์ของกระทรวงการต่างประเทศ
            จากการสำรวจตลาด พบว่า ในซูเปอร์มาเก็ต Foodhall ซึ่งเป็นซูเปอร์มาเก็ตระดับ      high – end ในเครือ Future Group มีผลไม้ไทยจำหน่ายอยู่บ้าง เช่น ลำไย มังคุด เงาะ และชมพู่ แต่คุณภาพไม่ค่อยดีแถมมีราคาแพง
            ส่วนบริษัท Reliance Retail ซึ่งเป็นบริษัทนำเข้าผลไม้อันดับ ๑ ของอินเดีย มีร้านค้าปลีกตั้งแต่ระดับซูเปอร์มาเก็ตไปจนถึงไฮเปอร์มาเก็ต เปิดเผยว่า มีการนำเข้าผลไม้ไทยเข้ามาบ้าง แต่มีเพียงลำไย มังคุด เงาะ และชมพู่เท่านั้นที่คนอินเดียชื่นชอบ
            เมื่อสำรวจตลาดเพิ่มเติมพบว่า ผลไม้ไทยที่น่าจะขายได้ในตลาดเมืองมุมไบ ได้แก่ มังคุด แก้วมังกร ฝรั่ง เงาะ มะขามหวาน ลิ้นจี่ ลำไย และชมพู่
            สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นในตอนนี้ คือ เรื่องของระยะทางที่ห่างไกล ทำให้ต้องใช้ระบบทำความเย็นเพื่อป้องกันความเสียหาย เช่น ผลไม้บางชนิดอาจช้ำหรือหักในช่วงขนส่งได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชมพู่มีโอกาสเสียหายมากที่สุด เพราะเป็นผลไม้ที่เปราะบาง แตกหักง่าย แต่ผู้ส่งออกไทยเห็นว่า สามารถพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสได้ โดยการนำผลไม้ที่เสียหายเหล่านี้มาแปรรูปและตั้งโรงงานผลิตผลไม้แปรรูปในอินเดียไปด้วย ถือว่าเป็นการทำให้ผลไม้เกิดมูลค่าเพิ่มขึ้นได้อีกทางหนึ่ง
            นอกจากนี้ การจำหน่ายแบบล๊อตใหญ่อาจไม่เหมาะกับผลไม้ไทยในอินเดีย เพราะเป็นตลาดที่ซับซ้อน ทำให้ไม่สามารถเข้าไปตีตลาดด้วยวิธีการนี้ได้  ซึ่งจำเป็นที่จะต้องศึกษาตลาดและการเจาะตลาดอินเดียให้มากขึ้น  โดยผู้ส่งออกภาคเอกชนจะได้หารือกับสถานทูตสถานกงสุลของไทยในอินเดียเพื่อแก้ไขปัญหาที่มีอยู่และสนับสนุนการส่งออกสินค้าไทยไปยังอินเดียให้ขยายตัวต่อไป
 

เอกสารประกอบ

articles-20130813-145203-915927.jpg