สิ้นยุคของถูกค่าแรงต่ำ นักลงทุนต่างชาติตบเท้าย้ายฐานออกจากจีน
สิ้นยุคของถูกค่าแรงต่ำ นักลงทุนต่างชาติตบเท้าย้ายฐานออกจากจีน
วันที่นำเข้าข้อมูล 7 ก.พ. 2557
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 5 พ.ย. 2562

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
อีเมล์ [email protected] หรือ [email protected]
ต้นทุนการผลิตในจีนที่สูงขึ้นและกำไรสุทธิที่ลดลง เป็นเหตุผลหลักที่บริษัทข้ามชาติรายใหญ่ของโลก โดยเฉพาะจากสหรัฐฯ และยุโรป ถอนการผลิตบางส่วนออกจากจีน China Daily รายงานเมื่อต้นเดือนมกราคม 2557
“บริษัทสหรัฐฯ กว่า 100 แห่ง และบริษัทยุโรปอีกจำนวนมาก อาทิ Caterpillar Google Ford Motor Philips และ General Electric ได้ย้ายฐานการผลิตบางส่วนออกจากจีนแล้ว โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า แนวโน้มการย้ายฐานการผลิตออกจากจีนจะดำเนินต่อไปในอนาคต” China Daily ให้ข้อมูล
ส่วนใหญ่ บริษัทที่ถอนการผลิตออกจากจีน เป็นภาคการผลิตเพื่อส่งออก หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ภาคการผลิตที่ยังเหลืออยู่ในจีนของบริษัทต่างชาติ ส่วนใหญ่เป็นไปเพื่อขายให้ผู้บริโภคในจีนเอง
จากข้อมูลของ European Chamber of Commerce ร้อยละ 75 ของบริษัทต่างชาติที่ยังอยู่ในจีน เป็นการผลิตเพื่อขายเฉพาะในตลาดจีนเท่านั้น สื่อส่วนใหญ่ของจีนยังวิเคราะห์ต่อไปว่า มี 5 เหตุผลหลักที่ทำให้วิสาหกิจต่างชาติเลือกทยอยย้ายฐานออกจากจีน
หนึ่ง ค่าแรงที่ปรับสูงขึ้น โดยปัจจุบัน แรงงานจีนมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อปีอยู่ที่ 47,799 หยวน (240,000 บาท) ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากปี 2550 ซึ่งอยู่ที่ 24,721 หยวน (ประมาณ 125,000 บาท) ทั้งนี้ยังไม่นับรวมค่าประกันสังคมตามกฎหมายจีน ซึ่งสูงเกือบร้อยละ 40 ของค่าแรง
สอง การขาดแคลนแรงงาน อันเป็นผลจากนโยบาย “ลูกคนเดียว” การตั้งเงื่อนไขเรื่องค่าจ้างและสวัสดิการสูงของแรงงานรุ่นใหม่ และการบริหารจัดการแรงงานในช่วงเทศกาลหยุดยาวของจีน
สาม การที่ค่าเงินหยวนแข็งขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในปี 2556 เพียงปีเดียว เงินหยวนแข็งขึ้นถึงร้อยละ 3
สี่ ปัญหาเกี่ยวกับการควบคุมคุณภาพสินค้า รวมถึงการถูกลอกเลียนแบบ
ห้า ค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้น อันเป็นผลจากราคาน้ำมันและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะค่าเช่าคลังสินค้า
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่งให้ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมว่า นอกจากบริษัทต่างชาติแล้ว บริษัทจีนเองก็ได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นเช่นกัน และหลายรายได้ย้ายฐานการผลิตออกจากจีนไปยังประเทศใกล้เคียงแล้ว เช่น เวียดนาม และกัมพูชา รวมถึงแอฟริกา ซึ่งถูกใช้เป็นฐานการผลิตสินค้าจีนเพื่อป้อนตลาดยุโรปต่อไป
“สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้บ่งชี้ว่า อุตสาหกรรมภาคการผลิตของจีนกำลังได้รับผลกระทบอย่างร้ายแรง เพราะถือเป็นนโยบายของรัฐบาลจีนเองที่ต้องการยกระดับการผลิตให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น มีมาตรฐานและความปลอดภัย เพื่อเพิ่มระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศโดยรวม ขณะเดียวกัน การที่จีนต้นทุนแรงงานเพิ่มขึ้นก็เป็นไปตามนโยบายขึ้นค่าแรงเพื่อให้แรงงานมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น” สถานเอกอัครราชทูตวิเคราะห์
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์เห็นว่า ประเด็นต่างๆ เหล่านี้ เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการไทยที่มีแผนจะบุกตลาดจีน หรือได้เข้าไปในตลาดจีนแล้ว ต้องศึกษาให้ดี เพื่อประกอบการวางแผนธุรกิจ
ขอบคุณรูปภาพจาก : th.wikipedia.org
กระทรวงการต่างประเทศ
วันทำการ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)