โอกาสขายข้าวไทยให้อิรัก ถ้าไม่ทำตอนนี้แล้วจะทำตอนไหน

โอกาสขายข้าวไทยให้อิรัก ถ้าไม่ทำตอนนี้แล้วจะทำตอนไหน

วันที่นำเข้าข้อมูล 19 มี.ค. 2557

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 5 พ.ย. 2562

| 3,366 view

                                                    สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอัมมาน


                                                   ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

                                                  อีเมล์ [email protected] หรือ [email protected]

 

     ในสายตาของหลายคน “อิรัก” อาจเป็นประเทศที่ไม่ดึงดูดให้ไปทำธุรกิจด้วยมากนัก โดยเฉพาะเมื่อคำนึงถึงสถานการณ์ความปลอดภัย

      แต่ในมุมมองของสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอัมมาน (ประเทศจอร์แดน) ซึ่งรับผิดชอบการส่งเสริมความสัมพันธ์ในทุกมิติระหว่างไทยกับอิรักด้วย เห็นว่า หลายพื้นที่ของอิรัก โดยเฉพาะ “เขตปกครองตนเองเคอร์ดิสถาน (Kirdistan Regional Government หรือ KRG) เป็นพื้นที่มีสถานการณ์ความปลอดภัยของอิรัก ถือเป็น “โอกาสทอง” ของสินค้าไทยหลายชนิด

     โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ข้าวไทย” ซึ่งน่าจะทำตลาดได้ดีใน “เออร์บิล” และ “สุไลมานียา” สองในสามเมืองสำคัญของ KRG ที่มีประชากรรวมกันกว่า 3 ล้านคน และมีความต้องการข้าวกว่าปีละ 1.2 แสนตัน

     มีปัจจัยบวกอีกอย่างน้อย 2 ประการที่จะเป็นตัวช่วยให้ข้าวไทยเจาะตลาดอิรักได้มากยิ่งขึ้น ประการแรก ในเดือนเมษายน 2557 รัฐบาลอิรักจะยุติการผูกขาดการซื้อข้าวโดยรัฐบาลกลาง  จะให้อำนาจแก่ท้องถิ่นทั้ง 18 จังหวัดจัดซื้อข้าวได้เอง และ ประการที่สอง การที่รัฐบาลอิรักมีนโยบายแจกข้าวฟรีแก่ประชาชนทั่วไปที่มีอายุตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป ซึ่งมีประมาณ 30 ล้านคน คนละ 3 กิโลกรัมต่อเดือน ซึ่งทำให้อิรักมีความต้องการนำเข้าข้าวปีละไม่ต่ำกว่าปีละ 1.5 ล้านตัน
     
    “ปัจจุบันตลาดอิรักมีความต้องการข้าวไทยในปริมาณสูงมาก เนื่องจากชาวอิรักชอบบริโภคข้าวหอมมะลิไทย ซึ่งมีคุณภาพดีกว่าข้าวบาสมาติ และราคาข้าวไทยมีแนวโน้มต่ำลงเมื่อเทียบกับราคาข้าวบาสมาติที่มีราคาเพิ่มสูงขึ้น” ผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ของเมืองเออร์บิลและเมืองสุไลมานียาแจ้งกับ “ทีมประเทศไทยประจำอิรัก” นำโดยเอกอัครราชทูต ณ กรุงอัมมาน (นายพิริยะ เข็มพล) ซึ่งได้ไปเยือน KRG เพื่อหาลู่ทางส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างไทยกับ KRG เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

     จากบริบทต่างๆ ข้างต้น  สถานเอกอัครราชทูตฯ มีความเห็นว่า ผู้ส่งออกข้าวไทยควรเร่งทำตลาด “ข้าวคุณภาพดี” ในอิรัก เพราะเป็นตลาดใหญ่และมีความต้องการซื้อสูง โดยอาจเริ่มเจาะที่ KRG ซึ่งเป็นเพื้นที่ที่มีความปลอดภัยและเดินทางสะดวก ตลอดจนมีการสร้างเมืองใหม่อย่างต่อเนื่อง             

     ผู้ประกอบการค้าข้าวไทยที่สนใจจะส่งออกไปยังเมืองเออร์บิลและสุไลมานียา สามารถ ติดต่อโดยตรงกับผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ของที่นั่น ซึ่งทีมประเทศไทยฯ ได้ไปปูทางไว้แล้ว ตามรายละเอียด ดังนี้

     1)    เมืองเออร์บิล (ต้องการข้าวหอมมะลิ ปีละประมาณ 30,000 – 40,000 ตัน)
Mr. Bakhteyar S. Amen, General Manager
Bakhteyare Co.
โทรศัพท์   +964 750 445 1066  หรือ  +964 770 445 1066
Email       [email protected] หรือ [email protected]
www.bakhteyar.com

     2)    เมืองสุไลมานีย์ (ต้องการข้าวขาวเกรดเอ ปีละประมาณ 70,000 – 80,000 ตัน)
Mr. Jotyar Hasan Kalary
North Falcon Import&Export L.L.C
โทรศัพท์           +964 748 158 2707
โทรศัพท์มือถือ  +964 770 158 2707
Fax                  +964 748 022 3525
Email   [email protected]  หรือ   [email protected]


ขอบคุณรูปภาพจาก : www.uasean.com

เอกสารประกอบ

articles-20140319-125459-930176.pdf