ตลาดอาหารและเครื่องดื่มของซาอุดีอาระเบียกับโอกาสและความท้าทายของไทย
ตลาดอาหารและเครื่องดื่มของซาอุดีอาระเบียกับโอกาสและความท้าทายของไทย
วันที่นำเข้าข้อมูล 24 เม.ย. 2557
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 21 ส.ค. 2565

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
อีเมล์ [email protected] หรือ [email protected]
“ปี 2557 การบริโภคอาหารและเครื่องดื่มในซาอุดิอาระเบียจะเติบโตไม่ต่ำกว่า5%” สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงริยาดคาดการณ์ โดยอ้างอิงแหล่งข้อมูลจากรายงานของ Business Monitor International (BMI)
จากรายงานฯ เครื่องดื่มที่มีแนวโน้มขยายตัวสูงมาก คือ น้ำดื่มบรรจุขวด น้ำอัดลม น้ำผลไม้ และเครื่องดื่มให้พลังงาน
เมื่อปี 2555 ซาอุดิอาระเบียมีอัตราการบริโภคเครื่องดื่มต่อหัวประชากร 253 ลิตรต่อปี ซึ่งขยายตัวเกือบร้อยละ 20 จากฐานปี 2547 คิดเป็นมีมูลค่ารวม 8.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวเกือบร้อยละ 30 จากมูลค่าตลาดในปี 2547 โดยในจำนวนนี้ น้ำบรรจุขวดและน้ำอัดลมมีสัดส่วนสูงเกือบ 80% ของมูลค่าทั้งหมด
อย่างไรก็ดี ปัจจัยเสี่ยงของตลาดเครื่องดื่มในปี 2557 ที่ต้องจับตาดูคือ ผลของการดำเนินนโยบายผลักดันแรงงานต่างชาติออกนอกประเทศเพื่อสร้างงานให้ชาวซาอุดิอาระเบีย ซึ่งรัฐบาลของประเทศเศรษฐีน้ำมันแห่งนี้เริ่มใช้ตั้งแต่เดือนเมษายน 2556
การดำเนินนโยบายผลักดันแรงงานต่างชาติข้างต้นส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนแรงงานในภาคการผลิตและบริการของซาอุดิอาระเบียขณะที่การจ้างแรงงานชาวซาอุดิอาระเบียทำให้มีต้นทุนสูงขึ้นมาก นอกจากนั้น ในปี 2557 นี้การบริโภคสินค้าประเภทขนมปัง/อาหารแปรรูปจะเติบโต 6.9% (ค่า CAGR = 6.7%) สินค้าประเภทเครื่องประกอบอาหาร/เครื่องปรุงจะเติบโต 10.3% (ค่า CAGR = 9.9%)
สถานเอกอัครราชทูตฯ ให้ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมว่าในระยะยาว ตลาดสินค้าอาหาร/เครื่องดื่มของซาอุดิอาระเบียมีศักยภาพสูงที่จะดูดซับการส่งออกของไทย อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาสินค้าประเภทนี้ของไทยยังไม่สามารถส่งออกไปซาอุดิอาระเบียได้มากเท่าที่ควร
“ชาวซาอุดิอาระเบียมีกำลังซื้อสูง ขณะเดียวกัน ก็มีความระมัดระวังในการใช้จ่าย โดยในปัจจุบัน การตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าของชาวซาอุดิอาระเบียจะคำนึงถึงรูปลักษณ์ของบรรจุภัณฑ์มากขึ้นกว่าแต่ก่อน โดยเฉพาะเด็กเล็กซึ่งชื่นชอบสินค้าที่มีรูปลักษณ์สวยงาม มีลวดลายการ์ตูนที่ดึงดูดใจ” สถานเอกอัครราชทูตฯ ให้ข้อมูล
นอกจากนี้ การเข้าสู่ตลาดซาอุดิอาระเบียของสินค้าประเภทอาหาร/เครื่องดื่มของไทยมีข้อควรพิจารณาในเรื่อง “มาตรฐานฮาลาลและคุณภาพสินค้า” ด้วย ทั้งนี้ ซาอุดิอาระเบียร่วมมือกับมาเลเซียจัดตั้งองค์กรอาหารฮาลาลแห่งโลกขึ้นเพื่อให้ชาติมุสลิมใช้เป็นเกณฑ์กลางในการนำเข้าสินค้าอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากประเทศที่ไม่ใช่ชาติมุสลิม เช่น ไทย
มีแนวโน้มว่า ชาติมุสลิมจะห้ามหรือเข้มงวดสินค้าอาหารที่ผ่านการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมเทคโนโลยีชีวภาพหรือนาโนเทคโนโลยี รวมทั้งเนื้อสัตว์ก็จะต้องไม่ได้มาจากสัตว์ที่ถูกฆ่าโดยการช็อตไฟฟ้า และจะกำหนดให้ติดฉลากบนบรรจุภัณฑ์ที่จะต้องระบุรายละเอียด เช่น วิธีการผลิตสินค้า สารผสมในอาหาร มาตรการนี้จะใช้รวมถึงสินค้าประเภทอาหารเสริมสุขภาพและยาด้วยทำให้ไทยอาจต้องเผชิญมาตรการที่เคร่งครัดอื่นๆ เพิ่มขึ้นตามมา
ขอบคุณรูปภาพจาก : natui.com.au
กระทรวงการต่างประเทศ
วันทำการ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)