วันที่นำเข้าข้อมูล 1 พ.ค. 2555
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 5 พ.ย. 2562
การประชุมอังค์ถัด ครั้งที่ 10 (UNCTAD X, BANGKOK 2000)
ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม UNCTAD ครั้งที่ 10 หรือ "UNCTAD X, BANGKOK 2000" ระหว่างวันที่ 12-19 กุมภาพันธ์ 2543 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร และการประชุม Mid-term Review ของ UNCTAD ครั้งที่ 10 ระหว่างวันที่ 29 เมษายน-3 พฤษภาคม 2545 ณ ศูนย์การประชุมอาคาร ESCAP กรุงเทพฯ
ผลด้านสารัตถะของการประชุม UNCTAD ครั้งที่ 10 ปรากฏในเอกสาร 2 ฉบับ สรุปได้ ดังนี้
1. Bangkok Declaration (ปฏิญญากรุงเทพ)
ปฏิญญากรุงเทพเป็นเอกสารที่แสดงฉันทามติของประเทศสมาชิก UNCTAD เกี่ยว กับผลของกระแสโลกาภิวัตน์ที่มีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของโลก และแสดงเจตนารมณ์ทางการเมืองร่วมกันของประเทศสมาชิกที่จะร่วมมือกันในการ ดำเนินนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศเพื่อทำให้ประเทศสมาชิก โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนาสามารถได้รับประโยชน์จากกระบวนการโลกาภิวัตน์ใน ด้านการค้า การลงทุน ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี อย่างทั่วถึงและเป็นธรรมและเพื่อให้ประเทศกำลังพัฒนาสามารถเข้ามามีส่วนร่วม ในระบบเศรษฐกิจโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบด้านลบของกระบวนการโลกาภิวัตน์ได้ แม้ปฏิญญากรุงเทพฯ จะไม่มีผลผูกพันตามกฎหมาย แต่ก็เป็นเอกสารที่มีผลผูกพันทางการเมือง โดยทุกประเทศสมาชิก UNCTAD มี พันธะทางด้านการเมืองที่จะต้องปฏิบัติตามแนวนโยบายที่ได้ร่วมกันแถลงไว้ใน เอกสารดังกล่าวเกี่ยวกับการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศในเรื่องของการ เงิน การลงทุน การพัฒนา สาระสำคัญ ได้แก่
สภาวการณ์ปัจจุบัน
เพื่อ หารือเกี่ยวกับการทำให้โลกาภิวัตน์เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสำหรับการ พัฒนา รวมทั้งแสวงหาความเสมอภาคและการมีส่วนร่วมของทุกประเทศ ขจัดการถูกเบียดตกขอบของประเทศที่ยากจน อันเนื่องมาจากโลกาภิวัตน์ และความร่วมมือของประชาคมระหว่างประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ
การเริ่มต้นใหม่
การประชุม UNCTAD ก่อ ให้เกิดการทบทวนประสบการณ์จากโลกาภิวัตน์ วิเคราะห์ข้อดีข้อเสียของแนวทางและนโยบายที่ผ่านมา สร้างความมั่นใจว่าทุกประเทศสามารถเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศได้ อย่างมีประสิทธิภาพ และได้เน้นย้ำถึงพันธกรณีที่จะร่วมกันทำให้ระบบการค้าพหุภาคีมีความเท่า เทียมและเป็นธรรม ตั้งอยู่บนพื้นฐานที่โปร่งใสและเอื้อประโยชน์ให้กับทุกประเทศ
การหารือที่เปิดกว้างและการมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่
UNCTAD จะ ต้องมีส่วนสนับสนุนที่สำคัญในการดำเนินการเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ด้านการ พัฒนา โดยการประชุมครั้งนี้ก่อให้เกิดความหวังในหมู่ประเทศกำลังพัฒนาในการสร้าง ระบบเศรษฐกิจที่มีความยุติธรรมกว่าเดิม บรรเทาความยากจน แก้ไขความไม่สมดุล และเอื้อให้ประชาชนทั้งปวงได้รับความมั่นคงและมีโอกาสที่เพิ่มขึ้นในการยก ระดับมาตรฐานความเป็นอยู่
2. Bangkok Plan of Action (แผนปฏิบัติการกรุงเทพ)
แผน ปฏิบัติการกรุงเทพเป็นแผนปฏิบัติการที่ระบุรายละเอียดของยุทธศาสตร์ นโยบาย และมาตรการในการดำเนินนโยบายด้านการค้า การเงิน การลงทุน และการพัฒนาที่ประเทศสมาชิก UNCTAD ได้ตกลงโดยฉันทามติ เพื่อให้ประเทศสมาชิก UNCTAD และสำนักเลขาธิการ UNCTAD ดำเนิน การให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่แถลงไว้ในแถลงการณ์กรุงเทพ เป็นเอกสารที่มีผลผูกพันทางการเมืองเช่นเดียวกับแถลงการณ์กรุงเทพแผนปฏิบัติ การกรุงเทพ แบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลัก ดังนี้
1. การประเมินผลกระทบทั้งทางด้านบวกและด้านลบของโลกาภิวัตน์และการเปิดเสรีต่อการพัฒนา
2. การประมวลพัฒนาการของข้อริเริ่มระหว่างประเทศที่สำคัญๆ เช่น การเจรจาการค้าพหุภาคีรอบอุรุกวัย การพัฒนาภูมิภาคแอฟริกา แผนปฏิบัติการสำหรับประเทศพัฒนาน้อยที่สุด/การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยประเทศที่พัฒนาน้อยที่สุดครั้งที่ 3 เป็นต้น
3. มาตรการ และข้อริเริ่มต่างๆ ที่นำมาใช้โดยประชาคมระหว่างประเทศเพื่อให้มั่นใจว่าประเทศกำลังพัฒนารวมตัว เข้ากับเศรษฐกิจโลกได้ เช่น การทำให้นโยบายเศรษฐกิจมหภาคเป็นอันหนึ่งอันเดียวและมีความสอดคล้องกันทั้ง ในระดับชาติ ภูมิภาค และระดับระหว่างประเทศ การปรับปรุงระบบการเงิน การแก้ไขปัญหาหนี้สิน การระดมทรัพยากรจากภายนอกเพื่อการพัฒนา การเปิดเสรีของตลาดเงินทุนภายใต้การควบคุมดูแลให้ระบบการค้าพหุภาคีเป็น ประโยชน์ร่วมกันของทุกประเทศ เป็นต้น
4. บทบาทของ UNCTAD ควรให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องกับกิจกรรม 4 สาขา ดังนี้
4.1 โลกาภิวัตน์และการพัฒนาการลงทุน
4.2 การพัฒนาวิสาหกิจและเทคโนโลยี
4.3 การค้าสินค้าและบริการและประเด็นเกี่ยวกับสินค้าโภคภัณฑ์ และ
4.4 โครงสร้างพื้นฐานด้านบริการเพื่อการพัฒนาและประสิทธิภาพทางการค้า รวมทั้งให้ความช่วยเหลือทางวิชาการแก่ประเทศกำลังพัฒนา ตลอดจนเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและมุมมองเกี่ยวกับการดำเนินงานของ องค์กรระหว่างประเทศอื่นๆ ด้วย ความละเอียดปรากฏตามเอกสารสรุปผลการประชุม UNCTAD ครั้งที่ 10
การจัดตั้งสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (สคพ.) หรือ International Institute
for Trade and Development (ITD)
เป็นความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมประการหนึ่งจากการประชุม UNCTADครั้งที่ 10 ที่รัฐบาลไทยและ UNCTAD เห็นความสำคัญร่วมกันในการริเริ่มความร่วมมือในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยรัฐบาลไทยได้ร่วมกับ UNCTAD จัดตั้งสถาบัน ITD ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต่อมา ได้เปิดทำการเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2545 เพื่อ เป็นศูนย์กลางในการเพิ่มและเสริมสร้างขีดความสามารถและประสิทธิภาพ รวมทั้งทักษะในการเจรจาการค้าระหว่างประเทศให้แก่บุคลากรของประเทศกำลัง พัฒนาในภูมิภาคเอเชีย เพื่อการกำหนดและดำเนินนโยบายให้สามารถรับมือและจัดการกับความเปลี่ยนแปลง ที่เกิดจากโลกาภิวัตน์และการเปิดเสรี ผ่านการสัมมนาการฝึกอบรม และการวิจัย ทั้งยังเผยแพร่ผลงานศึกษาวิจัยและข้อมูลสารสนเทศด้านเศรษฐกิจให้สาธารณชนได้ รับทราบอย่างต่อเนื่องและทั่วถึงข้อมูลเกี่ยวกับ ITD มีปรากฏที่ www.itd.chula.ac.th
การประชุมเพื่อประเมินและติดตามผลการประชุมอังค์ถัด ครั้งที่ 10 (UNCTAD Mid-Term Review)
ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมการประเมินและติดตามผลการประชุม UNCTAD ครั้งที่ 10 (UNCTAD Mid-Term Review) และยกระดับให้เป็นการประชุมระดับรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 29 เมษายน-3 พฤษภาคม 2545 ณ ศูนย์การประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพฯ สรุปสาระสำคัญของการประชุมได้ ดังนี้
การประชุม Mid-Term Review ครั้งที่ 10 เป็นการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสของประเทศสมาชิก UNCTAD เพื่อประเมินพัฒนาการของเศรษฐกิจโลกและการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการกรุงเทพ (Bangkok Declaration) อันเป็นผลมาจากการประชุม UNCTAD ครั้งที่ 10 ที่ได้กำหนดยุทธศาสตร์และแนวทางในการดำเนินความร่วมมือของประเทศสมาชิกและสำนักเลขาธิการ UNCTAD ในการจัดการกับโลกาภิวัตน์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
เกี่ยวกับแนวโน้มของเศรษฐกิจโลก ที่ประชุม UNCTAD ได้เน้นถึงแนวทางในการร่วมมือของประเทศสมาชิกเพื่อจัดการกับกระบวนการโลกาภิวัตน์ให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนา
- การแก้ไขระบบการเงิน การค้า และการลงทุน รวมทั้งปัญหาความยากจน การค้าระหว่างประเทศ และระบบการค้าระหว่างประเทศ
- ประเทศ พัฒนาแล้วจะต้องให้ความสำคัญกับการเปิดตลาดให้กับสินค้าและบริการจากประเทศ กำลังพัฒนา ลดกำแพงภาษี ลดการอุดหนุนสินค้าและการใช้มาตรการกีดกันสินค้าอื่นๆ
- การได้รับความช่วยเหลือทางวิชาการเพื่อให้การเจรจาการค้ารอบใหม่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาอย่างแท้จริงตามผลการประชุมที่โดฮา (WTO - Doha Round)
อย่าง ไรก็ตาม การเจรจาเป็นเพียงการเปิดโอกาสทางการส่งออกแก่ประเทศกำลังพัฒนาเท่านั้น ประเทศกำลังพัฒนาควรเสริมสร้างขีดความสามารถทางการผลิต เพิ่มการระดมทุนเพื่อการพัฒนา กระแสโลกาภิวัตน์ชี้ให้เห็นว่าประเทศต่างๆ จะพิจารณาปัญหาเรื่องการค้าโดยแยกออกจากเรื่องการเงินไม่ได้ที่ประชุม FfD จึงได้รับรอง Monterrey Consensus ซึ่ง เป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาการระดมทุนเพื่อการพัฒนาอย่างครบวงจร ในการจัดระเบียบให้กับระบบการเงิน ควรให้ความสำคัญกับความมีเสถียรภาพของกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมามีเงินทุนเคลื่อนย้ายเพิ่มสูงขึ้น พร้อมทั้งการปฏิรูประบบการเงินระหว่างประเทศ สำหรับการเปิดเสรีทางการเงิน ประเทศต่างๆ ควรคำนึงถึงสภาพแวดล้อมภายในประเทศและลำดับขั้นตอนในการปฏิรูป การริเริ่มให้มี international framework สำหรับการ ลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศซึ่งจะสามารถส่งเสริมการพัฒนาได้ เนื่องจากเงินทุนชนิดนี้มีเสถียรภาพ การเสริมสร้างขีดความสามารถ โดยให้ความช่วยเหลือทางวิชาการแก่ประเทศกำลังพัฒนาและความร่วมมือระหว่าง ประเทศต่างๆ เน้นการลดความยากจนและการพัฒนาเศรษฐกิจระดับรากหญ้า โดยใช้ยุทธศาสตร์การเสริมสร้างขีดความสามารถในการผลิตที่มีประชาชนเป็นศูนย์ กลางการกำหนดนโยบายและความสอดคล้องของนโยบาย การกำหนดนโยบายจะต้องส่งเสริมการพัฒนาและธรรมาภิบาลที่ดี และให้ความสำคัญกับความสอดคล้องของนโยบายเศรษฐกิจจุลภาคและมหภาคภายในประเทศ และความสอดคล้องของนโยบายภายในประเทศกับต่างประเทศ
วันทำการ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)