วันที่นำเข้าข้อมูล 1 พ.ค. 2555
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 5 พ.ย. 2562
ประสบการณ์ของไทยในเอเปค 2003
การเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปคของไทยในปี พ.ศ. 2546 เป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำอย่างยิ่ง เพราะนอกจากด้านสารัตถะที่ได้บรรลุเป้าหมายทุกด้านที่วางไว้แล้ว ไทยยังสามารถนำแนวทางที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้ไว้ มาผลักดันให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในการปฎิรูปกระบวนการและองค์กรของเอเปค เช่น การประชุมที่เปลี่ยนจากการใช้กระดาษ A4 ครั้งละ 1 ล้านแผ่น มาเป็นการใช้ระบบ less paper ทำให้สามารถลดปริมาณการใช้กระดาษลงไปได้กว่าร้อยละ 60 นอก จากนี้ ยังตัดวาระการประชุมที่ไม่มีความจำเป็นออก และเปลี่ยนมาเป็นการเพิ่มเวลาให้กับการหารือในระดับนโยบาย รวมถึงการลดการหารือแบบจัดฉากเขียนสคริป และทำตามเจตนารมณ์ที่เคยประกาศไว้ตั้งแต่ต้นว่า จะให้ปฎิญญาผู้นำมีความยาวไม่เกิน 3 หน้า ใช้ภาษาที่อ่านแล้วเข้าใจได้ง่าย เป็นต้น
ที่ น่ายินดีไปกว่านั้นคือ ไทยได้มีโอกาสจะนำเสนอวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของความเป็นไทยที่เราภาคภูมิใจ ให้ชาติอื่นๆ ได้ประจักษ์และชื่นชมผ่านสถานที่จัดงาน การแสดง เครื่องแต่งกายของผู้นำ รวมถึงงานเลี้ยงอาหาร ดังนี้
สถานที่จัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจ
การ ประชุมอย่างไม่เป็นทางการของผู้นำเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 11 จัดขึ้น ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม ทั้งนี้เพราะพระที่นั่งอนันตสมาคมแสดงให้เห็นถึงสัมพันธภาพอันดีระหว่างไทย และนานาประเทศ ด้วยเหตุที่พระที่นั่งอนันตสมาคมมีสถาปัตยกรรม ศิลปกรรม รวมไปถึงจิตรกรรมฝาผนังที่หลากหลายรูปแบบ และที่สำคัญคือ พระที่นั่งอนันตสมาคมยังแสดงให้เห็นถึงพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ไทย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
งานกาล่าดินเนอร์เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้นำเอเปคและคู่สมรส
งาน กาล่าดินเนอร์เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้นำเอเปคและคู่สมรส จาก 21 เขตเศรษฐกิจ จัดขึ้น ณ อาคารราชนาวิกสภา ซึ่งในโอกาสดังกล่าวได้มีการจัดแสดงกระบวนพยุหยาตราทางชลมารคจำลองที่ยิ่ง ใหญ่ครั้งหนึ่งของประวัติศาสตร์ชาติไทย และนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีการจัดกระบวนในตอนค่ำ พร้อมกับการแสดงแสงสีเสียง และสื่อผสมเส้นทางกระบวนเรือ โดยเริ่มจากท่าวาสุกรีผ่านสะพานพระราม 8 สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ราชนาวิกสภา หอประชุมกองทัพเรือ ซึ่งเป็นจุดแสดงสำหรับผู้เข้าร่วมประชุมเอเปคจนถึงกองบัญชากองทัพเรือ และสิ้นสุดที่บริเวณวัดกัลยานิมิตรวรมหาวิหาร
เครื่องแต่งกายที่ระลึกสำหรับผู้นำเอเปค
เป็น ธรรมเนียมของการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ที่เขตเศรษฐกิจเจ้าภาพจะตัดชุดประจำชาติเพื่อให้บรรดาผู้นำฯ ใส่ถ่ายรูปร่วมกันและนำกลับไปเป็นที่ระลึก ซึ่งในปี 2003 หจก.ยูไลยเทเลอร์ร้านตัดเสื้อผ้าสูท ชุดซาฟารี ย่านศาลาแดง ที่คงการตัดเย็บเสื้อผ้าที่มีคุณภาพมานานหลายสิบปี โดยได้รับการยอมรับจากพระบรมวงศานุวงศ์ บุคคลชั้นนำของประเทศ ทูตานุทูต ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ และนักการเมือง ได้รับความไว้วางใจให้ตัดเย็บเสื้อของผู้นำฯ โดยเป็นเสื้อทรงพระราชทานที่ทอจากผ้าไหมยกทองจากสุรินทร์ลายสัตว์หิมพานต์ โดยใช้เวลา 3 - 4 วันในการตัดเสื้อ 1 ตัว งานนี้ต้องใช้ร้านและช่างที่มีความชำนาญไม่น้อยกว่า 50 ปี เพราะต้องเน้นรายละเอียดการตัดเย็บทุกขั้นตอน กระบวนการผลิตผ้าไหมในครั้งนี้จะใช้เวลาผลิตประมาณ 2 เดือน ช่างฝีมือในหมู่บ้านท่าสว่าง อ.เมือง จ.สุรินทร์ จำนวน 150 คน ที่ทอผ้า 24 ตัว ผ้า 1 ผืน กว้าง 100 ซม. ยาว 3 เมตร ใช้ช่างฝีมือร่วมกันทอ 5 คน ทอเป็นผ้าตัดเสื้อ 21 ชิ้น ผ้าคลุมไหล่ 13 ชิ้น
ของกำนัลผู้นำเอเปค
นอก เหนือจากเสื้อทรงพระราชทานแล้ว ไทยในฐานะเจ้าภาพยังได้เตรียมของที่ระลึกสำหรับผู้นำฯ และคู่สมรส อันประกอบไปด้วยเข็มกลัดรูปเรือสุพรรณหงส์ทองคำ 18 เค ฝังทับทิมล้อมเพชร ผ้าคลุมไหล่ทอจากผ้าไหมยกทอง และเครื่องเบญจรงค์ชุดใหญ่ลวดลายเจ้าพระยาวิชเยนทร์ (ลายหลุยส์) ประกอบ อักษรชื่อย่อ พร้อมสีดอกไม้กลางจานตามสีวันเกิดของผู้นำแต่ละประเทศ เหตุผลที่เลือกใช้ลวดลายเจ้าพระยาวิชเยนทร์เพราะเป็นสัญลักษณ์แทนความ สัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับชาติตะวันตก ผลิตจากโรงงานปิ่นสุวรรณเบญจรงค์ ของวิรัตน์ ปิ่นสุวรรณ ศิลปินดีเด่นด้านวัฒนธรรมชาวบางช้างอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม
เมนูขึ้นโต๊ะผู้นำเอเปค
เมนู ขึ้นโต๊ะผู้นำในครั้งนี้เป็นอาหารไทยที่ถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดีเพื่อแสดงถึง ความเป็นเอกลักษณ์และละเอียดอ่อนของครัวไทยต่อผู้นำฯ ดังนี้
อาหารคาว: ต้มยำกุ้ง ยำส้มโอ หมี่กรอบ กุ้งทอดกระเทียมพริกไทย เนื้อย่างจิ้มแจ่ว ทอดมันปลา ไข่เค็ม
อาหารว่าง: กระทงทอง ปั้นสิบ กุ้งโสร่ง
อาหารหวาน: วุ้นมะพร้าวอ่อน สังขยา ฟักทอง ลูกชุบ ผลไม้สด ชา - กาแฟ
วันทำการ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)