สภาวะเศรษฐกิจของอินเดีย

สภาวะเศรษฐกิจของอินเดีย

วันที่นำเข้าข้อมูล 12 มิ.ย. 2555

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 5 พ.ย. 2562

| 3,035 view

สภาวะเศรษฐกิจของอินเดีย


สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองมุมไบ
ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ [email protected]
 

          บริษัท S & P ได้ปรับลดระดับความน่าเชื่อถือของอินเดียลง โดยพิจารณาจากปัจจัย 3 ประการคือ เศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง ภาวะภายนอกประเทศที่มีความเสี่ยงและไม่แน่นอน และความเป็นไปได้ที่รัฐบาลอินเดียจะชะลอการปฏิรูปด้านการคลัง ดังจะเห็นได้จากการที่รัฐบาลควบคุมราคาน้ำมันโดยไม่ปรับขึ้นตามราคาที่เป็นจริงตามกลไกตลาด แต่ในขณะเดียวกันหากไม่ควบคุมจะเป็นปัยจัยเสี่ยงต่อการเพิ่มสูงขึ้นของอัตราเงินเฟ้อ เสมือนเงินเฟ้อที่ถูกกดเอาไว้ (suppressed inflation)

          อินเดียได้เผชิญกับภาวะเงินเฟ้อที่สูงติดต่อกัน 2 ปี โดยในปีที่ผ่านมาเงินเฟ้อสูงเกินระดับร้อยละ 9และลดระดับเศรษฐกิจในช่วงปีที่ผ่านมาได้ประสบปัญหาหลายประการ ทั้งการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง ภาคการผลิตอุตสาหกรรม การลงทุน การส่งออกที่ลดลง การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดและดุลงบประมาณเพิ่มขึ้นมาก กับค่าเงินรูปีที่อ่อนตัวลงถึงร้อยละ 15 นับตั้งแต่เดือนสิงหาคม ค.ศ. 2011ประมาณ 54-55 รูปีต่อดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่เงินตราสกุลอื่นๆ ก็มีค่าอ่อนตัวลงเช่นเดียวกันในช่วงเวลาดังกล่าว

          ทั้งนี้ รัฐบาลอินเดียได้ตั้งเป้าการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีงบประมาณ ค.ศ. 2012/2013 ไว้ที่ร้อยละ 7.3 จากการคาดการณ์ภาคการเกษตรจะขยายตัวได้ประมาณร้อยละ 2.5 จากสมมติฐานปริมาณน้ำฝนที่ดี มีเพียงพอต่อการเพาะปลูกจากช่วงฤดูมรสุม ส่งผลให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ลดต่ำลง ภาคอุตสาหกรรมที่จะได้ประโยชน์จากฐานการขยายตัวต่ำของปีที่ผ่านมา การใช้จ่ายจากภาคเอกชนจะขยายตัวดีขึ้นจากมาตรการต่างๆ ของรัฐในการให้ความช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยและด้อยโอกาส ซึ่งจะทำให้มีเงินสะพัดในระบบ หากว่าภาคเกษตรเติบโตได้ดี ก็จะมีผลต่อการขยายตัวของการบริโภคและหากเงินเฟ้อลดลงก็จะส่งผลต่อการกระตุ้นการบริโภคอีกทางหนึ่ง
          คาดว่าการส่งออกของอินเดียในปีนี้จะกระเตื้องขึ้นจากผลพวงที่ธนาคารกลางอินเดียปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงร้อยละ 0.50 ซึ่งจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยให้แก่ประชาชนทั่วไปในการกู้เงินด้วยดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าเดิมได้ทันที ไม่ต้องจ่ายค่าปรับเมื่อต้องการชำระหนี้เงินกู้ก่อนกำหนด อีกทั้งยังส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของการลงทุนต่อภาคเอกชนเนื่องจากการขยายตัวของเครดิตและส่งผลให้เกิดการสร้างงานให้แก่ประชาชน
          อย่างไรก็ดี มาตรการแก้ไขต่างๆ ก็เพื่อพยุงค่าเงินนับว่ามีความยากลำบากเป็นอย่างมาก แต่ธนาคารกลางมีความแน่วแน่ที่จะรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจมหภาค รัฐจึงจำเป็นต้องส่งเสริมกิจกรรมต่างๆในระยะยาวในการส่งออกและลดการนำเข้าเพื่อพยุงค่าเงิน เช่น เพิ่มภาษีนำเข้าทองคำ เข้มงวดในการให้กู้โดยใช้ทองคำค้ำประกัน และลดการขาดดุลบัญชีโดยการส่งเสริมการไหลเข้าของเงินตราต่างประเทศ โดยการเพิ่มเพดานการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติในพันธบัตรหรือหุ้นกู้ของรัฐบาลและเอกชนอินเดีย รวมทั้งผ่อนคลายอัตราดอกเบี้ยเงินฝากในประเทศให้แก่ผู้ที่ไม่มีถิ่นพำนักในอินเดีย แม้ว่าความเชื่อมั่นของตลาดและปัจจัยหลายประการนั้นอยู่เหนือความควบคุมของธนาคารกลางหรือรัฐบาล แต่ความสำคัญกับการรักษาดุลยภาพระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจและการควบคุมเงินเฟ้อเป็นสิ่งที่ธนาคารกลางจะต้องให้ความสำคัญต่อไป