วันที่นำเข้าข้อมูล 30 ก.ค. 2555
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 5 พ.ย. 2562
รายชื่อสินค้าไทยที่มีศักยภาพในบราซิล
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลีย
กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
ไปรษณีย์อิเล็คทรอนิคส์ [email protected] หรือ [email protected]
ประเทศบราซิลเป็นประเทศที่มีจำนวนประชากรสูงสุดในทวีปอเมริกาใต้ จึงเป็นอีกหนึ่งตลาดที่น่าสนใจสำหรับการส่งออกของไทย ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบราซิเลียได้นำส่งรายชื่อสินค้าไทยที่มีประสิทธิภาพในตลาดบราซิล และรายละเอียดมาด้วยดังนี้
ประเทศไทยส่งยางพาราเป็นสินค้าออกลำดับที่ ๓ ของโลก ตามสถิติแล้วยางพาราที่ไทยส่งออกมายังบราซิลนั้น ติดลำดับ ๑ ใน ๕ มาโดยตลอด เนื่องจากบราซิลไม่สามารถผลิตยางพาราได้เพียงพอกับความต้องการภายในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ยางพาราเพื่ออุตสาหกรรมผลิตรองเท้า ยางรถยนต์ และยางรถจักรยานยนต์ แต่ทั้งนี้นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ในปี ๒๕๕๕ นี้ การส่งออกยางพาราของไทยจะลดลง เนื่องจากผลผลิตยางพาราได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมใหญ่ในปลายปี ๒๕๕๔ แต่ก็คาดว่าจะสามารถผลักดันการส่งออกในสองไตรมาสหลังเพื่อชดเชยแทนกันได้ โดยควรมีการเชิญผู้ผลิตสินค้าจากเมืองไทยเดินทางมาทำการตลาดที่บราซิล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัฐที่มีโรงงานผลิตที่เกี่ยวข้องกับยางพารา
การส่งออกชิ้นส่วนอุปกรณ์และอะไหล่รถยนต์จากไทยไปยังบราซิลก็มีตัวเลขที่เพิ่มสูงขึ้น โดยมีการคาดการณ์ว่าในปี ๒๕๕๕ จะสามารถส่งออกได้มากกว่าปีที่แล้ว เนื่องจากผู้บริโภคในบราซิลให้การยอมรับสินค้าไทยมากขึ้น ชิ้นส่วนอุปกรณ์และอะไหล่รถยนต์ของไทยเป็นที่ต้องการของบราซิลมาก และยังมีคุณภาพดีกว่าสินค้าจากจีนซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญอีกด้วย ปัจจุบันนี้บราซิลเป็นผู้ผลิตรถยนต์อันดับที่ ๕ ของโลก และมีแนวโน้มจะก้าวขึ้นสู่อันดับ ๓ ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ส่งผลให้ความต้องการชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ขยายตัวตามอัตราการขยายตัวของอุตสาหกรรมรถยนต์ในบราซิล ทั้งนี้ไทยจะพยายามผลักดันการส่งออกโดยการเชิญคณะผู้แทนการค้าสินค้าชิ้นส่วนยานยนต์ของไทยให้ไปเยือนบราซิล เพื่อทำ business matching กับฝ่ายบราซิล โดยมีเป้าหมายมูลค่าการค้าให้ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ ๕๐ จากปีที่แล้ว
จากการที่บราซิลมีจำนวนชนชั้นกลางเพิ่มขึ้นกว่า ๓๐ ล้านคนในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้มีความต้องการสินค้าอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูปจากไทยมีมากขึ้น โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า การส่งออกอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูปจากไทยในปีนี้จะขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๐ จากปีที่แล้ว เนื่องจากไทยเป็นประเทศผู้ผลิตอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูปเป็นอันดับหนึ่งของโลก โดยเฉพาะทูน่ากระป๋อง ทั้งนี้ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูปที่บราซิลนำเข้าจากไทยมากที่สุด ได้แก่ ปลาทูน่ากระป๋อง ปลาซาร์ดีกระป๋อง ปลาทูน่าแช่แข็ง และปลาซาร์ดีนแช่แข็ง โดยสถานเอกอัครราชทูตไทยคาดว่าจะผลักดันโดยการเชิญผู้นำที่สนใจไปเยี่ยมชมงานแสดงสินค้าอาหารนานาชาติที่ประเทศไทย และจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายกับผู้นำเข้าอาหารของบราซิล ให้ถึงเป้าหมายการขยายตัวร้อยละ ๑๐ ภายในปีนี้
วันทำการ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)